ไตรกีฬาแรกของผม คนที่ “ว่ายน้ำไม่เป็น”

1
15839

อะไรนะ…ไตรกีฬา ว่าย-ปั่น-วิ่ง น่ะเหรอ..555 ไม่เคยอยู่ในหัวผมแม้แต่น้อยเลย ถึงผมจะชอบการวิ่งมาก แข่งทุกอย่างทุกระยะ ที่มีการวิ่ง มินิ,ฮาลฟ์,มาราธอน,แอดเวนเจอร์,อัลตร้า แต่ไตรกีฬานี้ขอบาย เพราะผม “ว่ายน้ำไม่เป็น” ถึงแม้ตอนเรียนจะเคยเข้าชมรมว่ายน้ำอยู่ แต่ก็ไม่ทำให้ผมว่ายเป็น แค่ตีขา กวักมือไปๆมาๆ หนุกหนานกับเพื่อนๆแค่นั้นเอง ขอวิ่งแบบเดิมๆดีกว่า…ทีนี้พอเราวิ่งไปเรื่อยๆชักอยากลองอะไรแปลกๆ วิ่งเฉยๆมันตื่นเต้นแค่สนามแข่งขันที่เปลี่ยนไป เริ่มถามตัวเองว่า ตกลงเราชอบแนวนี้เหรอ? เพื่อนๆเคยรู้สึกไหมว่าเราทำอะไรเดิมๆมานาน แต่เรากลับตอบตัวเองไม่ได้ว่าเราชอบสิ่งนี้จริงรึเปล่า ผมเลยหาอะไรที่เป็นการค้นหาตัวเอง พิสูจน์ตัวเอง อยากชนะตัวเองในสิ่งใหม่ๆ เลยสนใจ ไตรกีฬานี่แหละเพราะมันมีวิ่งด้วยจะได้ไม่ต้องฝึกอะไรใหม่หมด แต่มันก็เป็นความคิดเงียบๆผ่านไปเป็นเดือนๆ … ใช่ มันเป็นแค่ความคิด

วันหนึ่งได้มาอ่านบันทึกของน้องเหลียง Sillawat Sathorn ที่จบไตรกีฬาแรกมาได้ รอดด้วย เฮ้ย..น้องเค้าก็ทำได้นี่หว่า ประกอบกับวันนั้นมีงานวิ่ง กศน.มินิมาราธอน อยู่ดีๆ พี่จิ๋ว Aumrin Lucky Tri – iron นักไตรระดับปรมาจารย์ เดินมาคุยกับผมเฉยเลย ที่ผ่านมาไม่เคยคุยด้วยกันซักแป๊ด!!! มาชวนเล่นไตรซะงั้น เหมือนพี่เค้ามีพลังจิตอ่านใจผมว่ามีความคิดอะไรซ่อนอยู่ ผมก็คุยกะพี่เค้า….อืมๆๆๆๆๆๆๆๆอ่อๆๆๆๆๆดีๆๆๆๆๆๆๆ แต่ไม่กล้าบอกว่า“พี่คร้าบผมว่ายน้ำไม่เป็น”อายค้อดๆ แล้วดันหลุดปากไปบอกพี่จิ๋วด้วย “ เอิ่ม ปีนี้ผมว่าจะลงไตรดูสักงานนะครับพี่ ” ตายล่ะหว่าาาาา….ไปพูดอย่างนั้นได้ไงแว้…
วันต่อมาพี่จิ๋วก็ลากผมเข้ากรุ๊ปไตรเชียงใหม่ # ZOOM 24 GO-Tri ทีนี้ในกรุ๊ปก็มีการปลุกเร้าต่างๆนานา แชทกันไปๆมาๆผ่านสายตาของเราเกี่ยวกับข่าวสารไตรกีฬา ผมทนกระแสกดดัน แชทไปๆมาๆ ข้ามหัวผมไม่ได้แล้วนะ…!!!!เอาวะ…เป็นไงเป็นกัน มันจะไปยากไรวะ แค่ว่ายน้ำ..!!! แต่มันต้องมีเวลาฝึกหน่อยแค่นั้น ผมเลยหาข้อมูลที่จะลงสมัครไตรกีฬา เอาที่ห่างๆไว้ก่อน และก็มาลงตัวที่ หัวหินไตรกีฬานี่แหละ สมัครไปโลด ระยะโอลิมปิคไปเล้ย(ว่าย1.5k/ปั่น40k/วิ่ง10k)…ณ วันที่สมัครตอนนั้น ประมาณต้นเดือนเมษายน แข่งวันที่ 14 สิงหาคม เหลือเวลาซ้อมถมเถ จองที่พักเรียบร้อย…เอาล่ะไหนลองไปฝึกว่ายน้ำดิ๊

คืนก่อนที่ผมจะไปว่ายน้ำ ผมดูคลิปสอนว่ายน้ำใน Youtube จนตาแฉะ ดูมันง่ายมาก และตอนเช้าผมก็ลองลงสระเป็นครั้งแรกในรอบ20ปี กลัวไรแว้ แค่ว่ายน้ำ เรามันมาราธอน sub4 นะเว้ย สนามวิ่งผ่านมาไม่รู้กี่สนามละ…เอ้า โดด ตูม.!!! ป๋อมแป๋มๆ…ไม่ถึง20เมตร ว่ายเกาะขอบสระแทบไม่ทัน น้ำเข้าทั้งปากทั้งจมูก ดื่มไปหลายอึก ทำไมมันเหนื่อยจังวะ ไม่ท้อ เอาใหม่ ละก้อเป็นเหมือนเดิม ผมก็เอามือถือเปิดคลิปดู เอาอีก ก็ไม่รอดเหมือนเดิม จำได้ว่าทำแบบนี้อยู่หลายรอบมาก จนมานั่งสงบอยู่ขอบสระ คืนนั้น ผมนอนไม่หลับ เครียดมาก ทบทวนตัวเองว่าทำอะไรลงไป ท้อแท้ หมดหวัง น้ำตาตกใน … อยากจะเลิกมากๆ…แต่เราสมัครไปแล้ว จองที่พักไปแล้วเสียเงินทั้งหมดร่วมหมื่น แถมไปบอกพี่จิ๋วแล้วด้วยว่าจะลงไตรซักรายการปีนี้

 

แว้บนึง…นึกถึงบทความที่ได้จากที่ไหนสักที่ มันเหมือนเป็นรอยสักที่ติดอยู่ในใจ “ในโลกนี้ไม่มีอะไรยาก มีแต่ความไม่เคยชิน” ใช่ๆเราแค่ไม่เคยชิน ปัญหาของเราคือว่ายไม่เป็น ก็ต้องฝึกว่ายน้ำสิ แต่เหลืออีก4เดือน กับการว่ายระยะ 1,500 เมตร เนี่ยนะ เลยโทรหาเพื่อนที่เป็นครูสอนว่ายน้ำ ให้มาสอน เพื่อนเจ้ากรรมมันไม่ว่างสักทีจนเวลาล่วงเลยมาเป็นสัปดาห์ เพื่อนเลยแนะนำให้ไปเรียนที่ สระว่ายน้ำ ในหมู่บ้านพิมุกต์4 ผมก็ได้เรียนกับครูเอ็ม ครูสอนว่ายน้ำผม

ฝึกตั้งแต่เบสิก เป่าลม เตะขา มีเด็กสิบกว่าขวบเป็นเพื่อนร่วมชั้นอยู่2-3คน ผ่านไป1เดือน ผมว่ายน้ำเป็นค่อนข้างเร็ว ส่วนหนึ่งครูเอ็มบอกว่า ผมมีความฟิตอยู่ในระดับหนึ่ง ความอึดมีอยู่แล้วแค่ปรับระบบหายใจกับปรับท่าทางการว่ายให้เป็นจังหวะ เราจะสนุกกับการว่ายน้ำเอง…

ในตอนนั้นผมฝึกอยู่คนเดียว เหงาๆ ท้อแท้ง่าย และแล้วผมได้เจอกับน้องดล ฅนป่า บ้านปูน ซึ่งมีความฝันคล้ายๆกัน คืออยากผ่านไตรกีฬา ผมเลยป้ายยาให้มาสมัครหัวหินไตรกีฬากับผมซะเลย การซ้อมด้วยกันทำให้ผมไม่เครียด ดลบอกผมเสมอว่า “พี่ทำได้อยู่แล้ว เมื่อก่อนผมก็เหมือนพี่ ฝึกไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ว่ายเก่งเอง” พูดได้นี่หว่า ก็คุณน้องว่ายเป็นอยู่แล้ว พี่นี่ว่ายไม่เป็น เริ่มจากศูนย์เลย แต่ได้แต่คิดไม่กล้าพูดเพราะอาย … เราก็ซ้อมด้วยกันคอยแนะนำกันตลอด

ช่วงเวลาที่ฝึกว่ายน้ำ ผมท้อแท้เป็นร้อยๆรอบ คุยกับตัวเอง ถามตัวเองอยู่เสมอ ว่าตกลงเราจะไปไตรกีฬารึเปล่า? …ไปดิ..!!!! ถ้าเรามีความมุ่งมั่น งานยากแค่ไหน หนทางมันจะมาเอง อยู่ที่ว่าเป้าหมายเรา เราจับมันให้มั่นแค่ไหน อีกอย่าง ครูเอ็มกล่าวไว้…นักว่ายน้ำมือใหม่ที่พึ่งหัดฝึกว่ายน้ำ มักจะว่ายได้ไม่ไกลและรู้สึกเหนื่อยมาก ว่ายได้ 25-50 เมตรก็ต้องเกาะขอบสระ ที่เจ็บปวดกว่านั้นคือ ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งมาราธอน หรือนักปั่นจักรยานทางไกล ถ้าไม่เคยว่ายน้ำเลยมาฝึกใหม่ๆ ก็จะจอดทุกราย และสุดท้ายก็จะท้อใจกับการว่ายน้ำ สิ่งนี้เกิดขึ้นจากจังหวะการหายใจ การว่ายน้ำการหายใจสำคัญมาก มือใหม่จะชอบกลั้นหายใจเวลาอยู่ในน้ำ ทำให้เหนื่อยเร็ว การแก้ไขคือ พยายามฝึกหายใจโดยหายใจเข้าทางปาก จากนั้นดำน้ำแล้วหายใจออกทางปากและจมูกให้หมดลม ทำซ้ำไปมาจนกว่าจะชินกับการหายใจ แล้วจะแปลกใจกับผลที่เกิดขึ้น จะทำให้ว่ายได้เรื่อยๆเหมือนวิ่ง

2 เดือน ผ่านไป เริ่มจาก 100 เมตร พัก 15 วิ ต่อไปเรื่อยๆ เพิ่มระยะขึ้น ลดเวลาการพักน้อยลง จนภายใน3เดือนผมทำได้ ผมว่ายต่อเนื่องได้2กิโล ทำได้ไงแว้…แต่ช่วงเวลาที่ฝึกนั้นต้องเจอกับอุปสรรคเรื่องเวลาซ้อม ครูเอ็มให้ไปหาสระ50เมตรว่ายเก็บระยะให้ได้ สระส่วนใหญ่มันก็จะเปิด9.00-20.00น.ประมาณนั้นไม่หนีกันมาก ผมก็ทำงาน 10.00-20.00น. ต้องโดดงานที่ร้านมาว่ายน้ำตอนเที่ยงๆ ว่ายเสร็จไปทำงานต่อ ให้ลูกน้องเฝ้าร้านไป

การฝึกของผมกับดลเริ่มหลากหลายขึ้น ทั้งว่าย และ ปั่น ทุกๆวันที่จับรองเท้าวิ่ง จับจักรยาน หรือเหยียบสระว่ายน้ำ ผมจะนึกถึง ไตรกีฬาหัวหิน ตลอด ช่วงเวลาตั้งแต่สมัครเป็นต้นมา เหมือนเป็นช่วงที่ผมเริ่มแข่งขัน แข่งขันกับตัวเอง ต่อสู้กับตัวเอง ตลอด… เพื่อนๆ พี่ๆ ให้กำลังใจผมทุกคน บอกผมว่า ผมทำได้ ทุกคนเชื่อว่า ผมทำได้ แล้วทำไมผมจะไม่เชื่อตัวเองเล่าาาาา…..ปัดโธ่ว์..!!!!

และแล้วก็มาถึงเวลาที่จะต้องลงสนามแข่ง ช่วงเวลาที่เดินทางไปหัวหิน ในหัวคิดทบทวนสิ่งที่ตัวเองฝึกมาตลอด การว่ายน้ำ1.5km. ในการแข่งขันนั้น มีเวลาให้ภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากนั้นจะโดน cut off ซึ่งตอนซ้อมผมว่ายได้45-55 นาที…ถึงแม้จะช้า แต่ก็รอด…555 เรื่องการปั่นนี่ ก็ใช้จักรยานที่ซื้อมาปั่นเล่นๆนานแล้ว ราคาถูกๆ มาเคาะสนิมสักหน่อย การซ้อมปั่นก็ไม่ได้ซ้อมอะไรมากแค่ลองปั่นเล่นๆ ก่อนวิ่งบ้าง หลังวิ่งเสร็จแล้วบ้าง ฝึกให้มันเคยชินในการ Transition

ในแผนการซ้อม ผมให้ความสำคัญกับการว่ายน้ำมาก เพราะ วิ่งกับปั่นมันอยู่บนบก ถ้าเหนื่อยมากแค่ไหนก็ยังหายใจได้ แต่ว่ายน้ำนี่มันอยู่ในน้ำ หายใจผิดท่าอาจสำลักได้ และมีเรื่องของปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น การตกใจในกรณีที่ว่ายชนกันไปๆมาๆ เรื่องของทัศนวิสัยในการว่ายน้ำแบบ open water ซึ่งผมซ้อมแต่ในสระอย่างเดียว เรื่องพวกนี้ผมต้องวัดดวงในวันแข่ง จึงต้องฝึกเน้นว่ายน้ำเป็นพิเศษ

ทุกๆการแข่งขัน ก่อนแข่งผมจะค่อนข้างกังวล นอนไม่หลับ แต่ในการแข่งครั้งนี้ มันเป็นการแข่งที่ผมไม่มีความเครียดเลยแม้แต่น้อย อาจเพราะเป็นกีฬาที่ผมไม่ถนัด ผมไม่ได้คาดหวังรางวัล หรือ สถิติใหม่ ผมอยากมีความสุขกับไตรกีฬาแรก แข่งให้จบแบบมีความสุข แค่นั้น…สบายๆงานนี้ไม่เครียดเว้ยเฮ้ย…55555+

เดินทางมาถึงหัวหินปุ๊ป!!!….มีเหตุการณ์การวางระเบิดที่หัวหินทันที เครียดเลยตรู…ผมนี่เครียดมาก กลัวว่าจะมีเหตุการนี้เกิดขึ้นในวันแข่ง พยายามเช็คข่าวตลอดทุกชั่วโมง ทางครอบครัวผมก็บอกให้กลับเชียงใหม่ ไม่ต้องไปแข่งแล้ว รักษาชีวิตไว้ก่อน..555 ซ้อมมาแทบตาย จะกลับมือเปล่าได้ไง…ไม่กลับ…เอาวะเป็นไงเป็นกัน ยังไงเค้าก็ต้องมีการรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมอยู่แล้วล่ะวะ….

ผมไปถึงงานก่อน 1 วันเพื่อรับ bib ตื่นเต้นมากไปเห็นสระที่เราต้องไปว่าย2รอบ (รอบละ 750m .x 2 = 1.5k) มันกว้างมว้าก…พระเจ้าช่วยกล้วยทอด ตาเถนหกตกท่อ!!! จะไหวเปล่าแว้ แต่ไปกลัวไรเล่า เราซ้อมมา2โลแล้ว เผื่อว่ายหลง+ระยะที่ไม่แน่นอน พอรับ bib เรียบร้อยก็เอาจักรยานไปจอดที่ Transition area บวกกับ ช้อปปิ้งที่งานอีกเล็กน้อย..แหะๆ

…เห็นบรรยากาศในงานแล้วมันคึกมาก…เฮ้ยพรุ่งนี้ ผมจะได้เป็นนักไตรกีฬาแล้ววววว ว่ายน้ำเสร็จ ขึ้นบกได้ ไม่ต้องกลัวไรแล้ว โลกเป็นของเราแล้ว…อย่ากลัวๆ สนุกกับมันๆๆๆๆๆๆๆ…ท่องไว้ๆ พอกลับไปถึงที่พัก คืนนั้น นอนหลับสนิทมาก อาจเป็นเพราะไปเที่ยวในเมืองหัวหินจนเพลีย พอตื่นมาก็รีบตรงไปที่งานเลย

วันแข่ง ในงานคึกคักมาก จักรยานแต่ละคันที่จอด ราคาเป็นแสนๆ ดูทุกคนมีความเป็นมืออาชีพมากๆ ผมกับดล ตื่นเต้นไม่แพ้กัน เพราะเราสองคนไม่เคยว่าย open water เลย ยิ่งดลได้ปล่อยตัว wave แรก ด้วย ส่วนผม ปล่อย wave สุดท้าย ก่อนปล่อยตัวว่ายน้ำ เค้าให้นักกีฬาได้ลงวอร์มว่ายสระจริงก่อน ผมเลยจัดเลย จะได้คลายความกลัว โดดลงปุ๊ป …ว่ายไปสักพัก เท้าใครไม่รู้พาดใส่หัวผม แล้วมือผมก็ไปฟาดใส่ใครต่อใครอีกก็ไม่รู้ จากที่จะคลายความกลัว กลายเป็นกลัวมากกว่าเดิม… ผมว่ายกลับฝั่งอย่างเร็วมาก เพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้จากการวอร์ม..นี่ขนาดวอร์มเฉยๆนะ5555 ขึ้นฝั่งได้ ดลก็ถามผมว่า พอได้อยู่ไหมพี่ ผมตอบไปด้วยความมั่นใจว่า “ โอ้ย…จ่อก สบายๆ ” กลัวเสียฟอร์มน่ะ ในใจก็คิด ต้องว่ายช้าเข้าไว้ ชนก็ว่ายหนี อย่าแซง อย่าห้าวๆ… และแล้วเสียงแตร wave แรกก็ดังขึ้นพร้อมกับการปล่อยตัวนักกีฬา

เห็นwave แรกปล่อยตัวแล้ว ทำให้ผมเริ่มวางแผน เราต้องว่ายเข้าหาทุ่น เพื่อที่จะไม่หลง หมั่นเงยหน้าขึ้นมาดูทางบ้าง แล้วอย่าตกใจ ว่ายในแบบที่เราซ้อม ช้าๆเข้าไว้ มีความสุขกับมันๆๆๆๆ ผ่อนคลายๆๆๆ ฮัมเพลงในหัวเราไปเรื่อยๆ ไม่นานนัก…ก็ถึงคิวของผมแล้ว เดินไปที่จุดปล่อยตัว ทุกๆก้าวเดินไป คุยกับตัวเอง เรามาสนุกกับมันนะ….

…แป๊น!!!!!!! เสียงปล่อยตัวดังขึ้น ผมเดินช้าๆ โดดลงสระ ว่ายเข้าหาทุ่นทันที ที่ไหนได้ ฝ่าดงทรีนชัดๆ…เพราะเวลานั้นใครๆก็ว่ายเข้าหาทุ่นกันหมด ทั้งมือทั้งเท้าชนใครต่อใครวุ่นวายไปหมด วินาทีนั้นมีนักกีฬาผู้หญิงคนนึงตะโกนขอความช่วยเหลือ จนเจ้าหน้าที่ต้องโยนห่วงยางลงไป ตอนนั้น ใจผมเต้นเร็วมาก ความตื่นเต้น ความกลัวทำให้ผมเหนื่อยเร็ว ผมอยากจะแย่งห่วงยางจากนักกีฬาผู้หญิงคนนั้นจริงๆ ให้ตายสิ ผมว่ายน้ำไม่ได้เลย ต้องว่ายท่าลูกหมาตกน้ำ เพื่อให้สถานการณ์ทุกอย่างเงียบลง เอาวะ ว่ายเข้าหาทุ่นไม่ได้ ก็ว่ายห่างๆแล้วคอยสังเกตุเป็นระยะละกัน …เฮ้ย ได้ผล ผมว่ายในความเร็วที่ผมถนัด ว่ายไปเรื่อยๆอยู่ในโลกส่วนตัวของตัวเอง ที่ไหนได้ ว่ายหลงทาง เงยหน้าขึ้นมาปุ๊ป ทุ่นหายไปไหนแว้ ไปๆมาๆ เค้าให้ว่ายเป็นวงกลม ผมนี่ว่ายเป็น สี่เหลี่ยมเลย

รอบแรกผ่านไปได้แล้ว รอบสองนี่ทรมานสุดๆ เหนื่อยมากรู้สึกเหมือนรอบแรกตัวเองใช้แรงไปเยอะในการว่ายหนีผู้คนและว่ายหลงไปมา เดี๋ยวก็สำลักน้ำ แว่นตาก็มัวมองไรไม่เห็น ผมต้องข่มตัวเองทุกครั้งเวลาที่ว่ายผ่านเรือเจ้าหน้าที่ อยากจะโดดขึ้นเรือจริงๆ คุยกับๆตัวเองเป็นร้อยรอบเลย อย่าท้อๆ อีกนิดๆ อย่าเร่งๆ ช้าๆ สนุกกับมันๆ และแล้วก็ครบจนได้ บ่องตง รอบสองนี่ รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ใช้แขนขาว่ายเลย ใช้ใจล้วนๆ

พอขึ้นมาจากน้ำได้ เป๋ไปมาอยู่พักนึง เดินมาจับจักรยาน ซึ่งมีจอดอยู่ไม่ถึง20คัน แต่งตัว วิ่งเหยาะๆไปที่จุดปล่อยรถ ควบแล้วปั่นแบบชิวๆ ปั่นไปเรื่อยๆ รอดแล้วโว้ย เราทำได้ ปั่นไปเรื่อยๆผ่อนบ้าง เร่งบ้าง ไปจนครบ 40km. จนถึงจุด Transition Area สวรรค์ของผมมาถึงแล้ว…

ทีนี้มาถึงวิ่ง ซึ่งเป็นกีฬาที่ผมถนัดที่สุด แต่กลับทำเวลาได้ไม่ดี ทั้งๆที่ซ้อมมาอย่างดี การซ้อมที่ผ่านมา ผมปั่นแล้วมาวิ่งต่อ Pace4.30-4.45 ได้แบบเรื่อยๆ แต่ลืมคิดไป ว่าไม่เคยซ้อมวิ่งpaceนี้ ในเวลา 10โมง ตอนที่แดดจัดๆ อากาศร้อนๆ ลมไม่มีซักแป๊ด โอ้วววววว เหนื่อยมากๆ แต่ก็พยายามคุมไม่ให้หลุด Pace4 เกาะมา4 ปลายๆตลอด ผมเห็นนักกีฬาหลายคนเดินบ้างหยุดบ้าง ก็แดดมันแรงซะขนาดนั้น ก็เป็นโอกาสให้เราได้เก็บไปเรื่อยๆ ในใจผิดหวังกับวิ่งนะ แต่มันถูกกลบไปด้วยความสุขในการที่เราทำมันได้ เราผ่านมันมาได้ เราแทนที่ช่องว่างระหว่างความฝันและความสำเร็จ ด้วยความกล้า และ ความพยายามของเรา เฮ้ยยยยย…เราทำได้นี่หว่าาาาา

ผมประคองตัวเองเข้ามาถึงเส้นชัยจนได้ นี่ไงล่ะ เราทำได้แล้ว สำเร็จละโว้ยยยยยยย

อารมณ์ตอนนั้นมันเหนื่อยแต่ยังไม่เหนื่อยเท่ามาราธอนนะ แหะๆๆ …แต่มันภูมิใจมาก ในความรู้สึกผม ไตรกีฬามันคือขีดจำกัดใหม่ของผม จริงอยู่ ผมสามารถพิชิตไตรกีฬาได้สำเร็จ แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ตัวผมเองต่างหากที่ผมพิชิตมันได้ ตอนนั้นมันเข้าใจคำว่า ซุปเปอร์ไซย่า เลย ทุกครั้งที่เราทำอะไรที่มันยาก จนกระทั่งเรารู้สึกว่ามันไม่ไหวแล้ว เราใช้พลังฮึดผ่านมันมาได้ นั่นแหละ เรากำลังก้าวไปอีกร่างนึง ไตรกีฬา นี่แหละ คือขีดจำกัดใหม่ของผม

จบไปแล้ว ไตรกีฬา กับสิ่งที่ผมอยากจะสำเร็จ ที่ผมบอกว่าผมอยากจะประสบความสำเร็จ ผมรู้สึกว่านั่นน่ะ คือเส้นชัยที่ยิ่งใหญ่ แต่ผมไม่รู้ว่าผมจะสำเร็จไปทำไม จะเข้าเส้นชัยไปทำไม ถ้าวันนึง ผมไม่มีบ้านไม่มีครอบครัว ให้กลับ เอารางวัลไปให้เค้า….ขอบคุณ คุณแม่ ที่ให้กำลังใจผมมาทั้งชีวิต ภรรยาสุดที่รัก และสมาชิกในครอบครัว ทุกท่าน ที่ให้กำลังใจผมตลอด…




Comments

1 COMMENT

  1. Wow, this paragraph is pleasant, my younger sister is analyzing these kinds of
    things, thus I am going to let know her.

Comments are closed.