เอมอร สตรีผู้มุ่งหน้าสู่ขุนเขาอันสูงชันและหันหลังให้คอนกรีต

0
1527

วันนี้ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์คุณเอมอรหรือคุณเอม หนึ่งในนักวิ่งกลุ่มเต่ารันนิ่ง ผู้พิชิต 100 km รายการ Ultra-Trail Panoramic 2016 และผู้เป็นแรงบันดาลใจให้นักวิ่งสาวๆในกลุ่ม ด้วยรอยยิ้มที่สดใสของคุณเอม แน่นอนในวันแรกที่ใครก็ตามได้พบกับเธอ ย่อมคิดว่าเธอคงเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาๆ ชื่นชอบเสียงเพลง รักการดูละครหลังข่าวและรายล้อมด้วยสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก
นั่นสิถ้าเปรียบกับสัตว์ตัวไหนก็คงหนีไม่พ้นกระต่าย แต่!!! ถ้าคุณได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้แล้ว ความคิดคุณจะเปลี่ยนไป จะมีสัตว์อยู่ชนิดหนึ่งหน้าตาคล้ายกระต่าย แต่แท้จริงลึกๆข้างในเป็นนักสู้และที่สำคัญแข็งแรงและกำยำมาก นั่นคือ จิงโจ้

ซึ่งภายหลังสัมภาษณ์คุณเอมเสร็จก็ต้องยอมรับว่าโดนป้ายยาเข้าสู่การวิ่งเทรลไปเรียบร้อยแล้ว เรามาเริ่มคำถาม คำตอบของจิงโจ้สาวคนนี้กันเลยดีกว่า

เตรียมตัวอย่างไรบ้าง ก่อนที่จะไปวิ่งเทรล 100 กิโลเมตร ในเรื่องการซ้อมและอาหาร

มันเหมือนบังเอิญมากกว่าในการที่ตัดสินใจไปวิ่งเทรล 100 กิโลเมตรครั้งนี้ พอดีได้ BIB ต่อมาจากพี่ที่รู้จัก ในเวลาไม่ถึงอาทิตย์ ในการเตรียมตัวครั้งนี้เลยน้อยไปหน่อย แต่ก็จะมีการซ้อมกับกลุ่มเต่าที่เป็นเต่าไต่ดอยเป็นประจำอยู่แล้วค่ะ (แต่ซ้อมไม่เคยถึง 100 กิโลเมตรซักที) ตอนไปวิ่งก็ได้พี่ๆในกลุ่มที่รู้จักกันก็ลุ้นไปด้วย ช่วยหาอุปกรณ์ที่จำเป็นที่ต้องใช้หลายอย่าง ส่วนเรื่องอาหารก่อนแข่งได้คำแนะนำจากติ่ง ที่ไปแข่งพร้อมกันค่ะ ว่าควรกินอะไรบ้าง ในสัดส่วนเท่าไหร่ ก่อนแข่งควรงดอะไร อย่างอาหารรสจัดนี่งดเลยค่ะ ระหว่างวิ่งนี่ควรกินอาหารประเภทไหนถึงจะเพียงพอให้มีแรงวิ่ง แล้วระหว่างวิ่งก็จะมีพี่ที่วิ่งด้วยกันเตือนตลอดให้กินน้ำ อย่าให้ร่างกายขาดน้ำ

ระหว่างวิ่งท้อไหม ใช้วิธีไหนปลุกใจตัวเอง


มีแน่นอนค่ะ บางช่วงที่ท้อและไม่อยากไปต่อ แทบไม่อยากเอาเท้าโดนพื้น 555 จาก CheckPoint หนึ่งถึง CheckPoint หนึ่ง บางทีก็คิดนะ ทำไมมันไกลจัง ฟังเสียงนาฬิกาเตือนแทบทุกกิโลเมตร เพื่อเทียบกับระยะในแผนที่ที่ Print ออกมา ช่วงที่อยู่บนดอยมีครั้งหนึ่ง ปิดไฟที่ Headlamp ให้มืดหมด เพื่อดูว่ามีแสงไฟใกล้ๆบ้างมั๊ย ถ้าเห็นจะได้ดีใจว่าอีกนิดก็จะถึงแล้ว แต่มันไม่เห็นนี่สิ ท้อ!!!! เลย แต่ก็พยายามคิดว่า เอาอีกนิดน่า เดี๋ยวก็ถึง แล้วมันก็ถึงจริงๆนะคะ

การวิ่งช่วยอะไรคุณในเรื่องจิตใจ และร่างกายบ้าง

ตั้งแต่วิ่งช่วยเรื่องจิตใจได้เยอะเลยค่ะ มีเวลาอยู่กะตัวเอง มีสมาธิกับตัวเองมากขึ้น เหมือนเรามีเป้าหมายแล้วที่จะต้องไปถึง ส่วนในเรื่องร่างกาย แน่นอนว่าแข็งแรงขึ้นโดยที่บางทีเราแทบไม่รู้ตัวเลยค่ะ จะป่วยหรือเป็นหวัดน้อยมาก (หรือบึกบึนขึ้นก็ไม่รู้)….ตัวเป็นชาย แต่งกายเป็นหญิง (อันนี้ปอน้อยเคยแซว) 555

จุดประสงค์ในการวิ่งในวันแรกที่เริ่มวิ่ง กับวันนี้ เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร

มีทั้งความเหมือนและความต่างค่ะ ที่บอกว่าเหมือนกันคือในวันแรกที่เริ่มวิ่ง เพราะอยากวิ่งให้สนุกมากกว่าคิดว่าเป็นการแข่งขัน อยากลองวิ่งสนุกๆ กับเพื่อนๆ ตอนนี้ก็ได้เพื่อนเยอะเลย จากการเข้ากลุ่มเต่ารันนิ่ง เจอคนที่ชอบการวิ่งเหมือนกัน คุยเรื่องเดียวกัน ยิ่งวิ่งสนุกมากขึ้น แต่ที่จะต่างจากตอนแรกคือเราเหมือนมีเป้าหมายเพิ่มขึ้น ว่าเราจะวิ่งไปถึงระยะขนาดไหนกันนะ อยากลองอะไรใหม่ๆ ไม่เคยคิดเหมือนกันค่ะว่าตัวเองจะวิ่งได้ขนาดนี้ เพียงแค่คิดว่าวิ่งไปเรื่อยๆ

วิ่งเทรลได้ 100 กิโลเมตรแล้ว เป้าหมายต่อไปคืออะไร

น่าจะเพิ่มระยะไปอีกค่ะ ถ้าทำได้นะคะ อยากไปสนามที่มีสถานที่แปลกๆ แตกต่างกันออกไป เหมือนเราได้เที่ยวไปด้วยคู่กับการวิ่งที่เราชอบ

เทคนิคหรือเคล็ดลับที่สำคัญที่สุดของคุณคืออะไร

การให้กำลังใจตัวเองค่ะ คิดว่าถ้าเราไม่ให้กำลังใจตัวเองก่อน ก็คงไม่มีใครให้กำลังใจเราได้ดีที่สุดหรอกค่ะ เราจะเข้าใจตัวเราเองได้ดีที่สุด ว่าเรารู้สึกยังไง ต้องการอะไร

คิดว่าจะวิ่งถึงเมื่อไหร่ จะมีสาเหตุให้เลิกวิ่งไหม

ตอนนี้ยังไม่เคยคิดนะคะ ยังอยากวิ่งไปเรื่อยๆ ยังคิดถึงสาเหตุให้เลิกวิ่งไม่ออกเลยค่ะ

งานอดิเรกอื่นนอกจากวิ่งมีไหม แล้วแบ่งเวลาอย่างไร

มีงานอดิเรกปกติเหมือนผู้หญิงทั่วไปค่ะ เดินชอปปิ้ง ดูหนัง ฟังเพลง เที่ยวเล่น เพราะสำหรับตัวเองการวิ่งมันเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตค่ะ ไม่มีการแบ่งเป็นตารางตายตัวแน่นอน ยังคงเป้าหมายเหมือนเดิมคือวิ่งให้สนุก

ถ้าผู้หญิงคนหนึ่งอ้วนมาก มาขอคำแนะนำจากคุณ คุณจะแนะนำเขาอย่างไรในการวิ่ง

แต่ก่อนก็เคยเป็นคนอ้วนคนหนึ่งเลยนะ 555 แต่จะบอกว่าวันนี้มาเดินด้วยกันก่อนมั๊ยคะ ค่อยๆ เริ่มกันไปทีละนิด อย่าใจร้อนรีบวิ่ง เดี๋ยวถ้าเจ็บมาจะทำให้วิ่งไม่สนุก แต่ถ้าค่อยๆ วิ่ง จะมีวันนึงที่คุณจะบอกว่า วิ่ง 10 กิโลเมตรตอนนี้ไม่เห็นเหนื่อยเหมือนวันแรกที่วิ่ง 10 กิโลเมตรเลย

ครอบครัวสนับสนุนแค่ไหนเรื่องการวิ่งมหาโหดขนาดนี้

พี่ชายจะชอบวิ่งเหมือนกันค่ะ ก็บอกว่าถ้าอยากลองก็ลอง ลองดูไม่เสียหายอะไรนี่ แต่ดูแลตัวเองด้วยนะ

ให้เวลากับการวิ่งขนาดนี้ มีผลกระทบเรื่องความรักไหม

ไม่มีเลยค่ะ….เพราะตอนนี้โสดสนิท 🙂

คราวนี้หนุ่มๆทั้งหลายก็รู้แล้วนะครับว่าผู้หญิงมากความสามารถคนนี้หัวใจยังว่าง แต่ เอ๊ะ! ดูเหมือนวิธีที่จะพิชิตใจเธอได้คงไม่ง่าย พอๆกับการวิ่ง 100 กิโลเมตร แน่นอนเลย

 




Comments