ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคสมัยนี้แทบจะทุกคนใช้ Smart Phone กันแทบทั้งสิ้น และแน่นอนในโทรศัพท์อิจฉริยะเหล่านั้น เราสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้มากมาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการวิ่ง เช่น Endomondo, Strava, Runtastic หรือ Nike Plus แต่ก็ยังมีนาฬิกา GPS ที่มีความสามารถเหมือนกันตั้งแต่ นับก้าว วัดระยะทาง จับชีพจร หรือวัดรอบเท้า

ดังนั้นอาจมีบางคนที่กำลังพิจารณา ตัดสินใจอยู่ว่า คุณจะซื้อนาฬิกา GPS เพิ่มทำไมในเมื่อโทรศัพท์มือถือสามารถทำได้เหมือนกัน
วันนี้เราจะมาดูข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละอย่าง เพื่อนำมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจว่าคุณจะใช้อะไรดีในระหว่างวิ่ง ที่เหมาะกับตัวคุณมากที่สุด

3 เหตุผลที่ใช้สมาร์ทโฟนดีกว่านาฬิกา GPS

  • ราคา และค่าใช้จ่าย ซึ่งเกือบทุกคนมีสมาร์โฟนอยู่แล้ว การที่ซื้อนาฬิกา GPS เพิ่มอีก ทำให้เพิ่มค่าใช้จ่ายขึ้นไปอีก ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 3,000-20,000 บาทเลยทีเดียว
  • แอพพลิเคชั่นอื่นๆในสมาร์ทโฟน  อาทิเช่น การโทรศัพท์ การแจ้งเตือนฉุกเฉิน การแจ้งสภาพอากาศ ถ่ายรูปได้อีก สามารถฟังเพลงได้อีกด้วย รวมไปถึงการแชท ส่งข้อความ แม้ว่าผมจะไม่แนะนำให้คุณแชทระหว่างออกกำลังกายหรือวิ่งไปด้วย
  • ความสามารถของนาฬิกา GPS แต่บนสมาร์ทโฟนก็มี อย่างที่แจ้งไปข้างต้นนั้น การจับความเร็ว ระยะทาง และเวลา สมาร์ทโฟนทำได้หมด สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์วัดการเต้นของชีพจรได้และมีโปรแกรมการฝึกซ้อม เช่นการฝึก interval อีกด้วย

5 เหตุผลที่ควรหันมาใช้นาฬิกา GPS กัน

  • ขนาดและน้ำหนัก แน่นอนว่าขนาดของสมาร์ทโฟนนั้นเทอะทะมีขนาดตั้งแต่เกือบ 5 นิ้วขึ้นไป โดนนาฬิกา GPS เล็กกว่ามาก และน้ำหนักของนาฬิกา GPS ก็เบามากกว่า 1 ใน 4 ของสมาร์ทโฟน แต่ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือระหว่างคุณออกกำลังกายคุณพกพามันได้สะดวกมากกว่าแค่ใส่บนข้อมือของคุณ และยกขึ้นมาดูได้อย่างง่ายมากๆ ในขณะเดียวกันหากคุณใช้สมาร์ทโฟน คุณมีแค่สองทางเลือกในระหว่างออกกำลังกายคือ ใช้สายรัดแขน หรือจับมันเอาไว้แน่นๆ ถ้าหากคุณกังวลเรื่องการเปลี่ยนเพลงที่ฟังระหว่างวิ่ง นาฬิกา  GPS บางรุ่นมีฟังก์ชั่นนี้เช่นกัน
  • การใช้งานแบตเตอรี่ หากคุณใช้สมาร์ทโฟนระหว่างออกกำลังกาย จะสิ้นเปลืองแบตเตอรี่มาก และนั่นอาจทำให้คุณหงุดหงิด เพราะคุณจำเป็นต้องใช้มันทำอย่างอื่นอีก ในขณะที่นาฬิกา GPS นั้นมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ตั้งแต่ 6-20 ชั่วโมงแล้วแต่รุ่นและยี่ห้อเลย
  • ความแม่นยำของ GPS สมาร์ทโฟนจะด้อยกว่า เนื่องจากผู้ผลิตไปมุ่งเน้นการทำกล้องให้ชัดและพื้นที่ในสมาร์ทโฟน อุปกรณ์ภายในก็เน้นไปในฟังก์ชั่นอื่นๆมากกว่า นาฬิกา GPS จึงทำได้ดีกว่าในแง่ของระยะทางและความเร็วที่วัดได้ ซึ่งความแม่นยำนี่บางคนอาจเห็นภาพไม่ชัดเจนหากใช้ในเวลาขับรถหรือไปในระยะทางไกลๆ แต่ในกรณีของระยะทางที่สั้นและเคลื่อนตัวช้ากว่าอย่างเช่น การวิ่ง จะเห็นความแตกต่างชัดเจน
  • กันน้ำได้ ข้อนี้ค่อนข้างชัดเจน นาฬิกา GPS บางรุ่นกันเหงื่อได้ดี บางรุ่นสามารถเอาไปลงว่ายน้ำได้อีกด้วย ในขณะที่คุณลองนึกภาพหากต้องเอาสมาร์ทโฟนของคุณลงไปว่ายน้ำด้วยนี่สิ ไม่อยากจะคิดเลย
  • สมบุกสมบันและการเปลี่ยนอะไหล่ แม้ว่าข้อดีของการใช้แอพพลิเคชั่นบนมือถือคือ คุณสมาร์ทใช้มันบนสมาร์ทโฟนได้เลย แต่ถ้าหากคุณทำมือถือตกหรือกระแทกกับอะไรสักอย่าง มันไม่คุ้มที่คุณจะเสียทุกอย่างในสมาร์ทโฟน ซึ่งนาฬิกา GPS ปลอดภัยกว่าบนข้อมือของคุณอีกทั้งมีการรับประกันของการชำรุดหลายกรณีด้วย

 

แปลบทความจาก  : TheWiredRunner.com




Comments