ใช้สมาร์ทโฟน หรือ นาฬิกา GPS ดี?

0
1428

ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคสมัยนี้แทบจะทุกคนใช้ Smart Phone กันแทบทั้งสิ้น และแน่นอนในโทรศัพท์อิจฉริยะเหล่านั้น เราสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้มากมาย โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการวิ่ง เช่น Endomondo, Strava, Runtastic หรือ Nike Plus แต่ก็ยังมีนาฬิกา GPS ที่มีความสามารถเหมือนกันตั้งแต่ นับก้าว วัดระยะทาง จับชีพจร หรือวัดรอบเท้า

ดังนั้นอาจมีบางคนที่กำลังพิจารณา ตัดสินใจอยู่ว่า คุณจะซื้อนาฬิกา GPS เพิ่มทำไมในเมื่อโทรศัพท์มือถือสามารถทำได้เหมือนกัน
วันนี้เราจะมาดูข้อดี ข้อเสีย ของแต่ละอย่าง เพื่อนำมาเป็นปัจจัยในการตัดสินใจว่าคุณจะใช้อะไรดีในระหว่างวิ่ง ที่เหมาะกับตัวคุณมากที่สุด

3 เหตุผลที่ใช้สมาร์ทโฟนดีกว่านาฬิกา GPS

  • ราคา และค่าใช้จ่าย ซึ่งเกือบทุกคนมีสมาร์โฟนอยู่แล้ว การที่ซื้อนาฬิกา GPS เพิ่มอีก ทำให้เพิ่มค่าใช้จ่ายขึ้นไปอีก ซึ่งมีราคาตั้งแต่ 3,000-20,000 บาทเลยทีเดียว
  • แอพพลิเคชั่นอื่นๆในสมาร์ทโฟน  อาทิเช่น การโทรศัพท์ การแจ้งเตือนฉุกเฉิน การแจ้งสภาพอากาศ ถ่ายรูปได้อีก สามารถฟังเพลงได้อีกด้วย รวมไปถึงการแชท ส่งข้อความ แม้ว่าผมจะไม่แนะนำให้คุณแชทระหว่างออกกำลังกายหรือวิ่งไปด้วย
  • ความสามารถของนาฬิกา GPS แต่บนสมาร์ทโฟนก็มี อย่างที่แจ้งไปข้างต้นนั้น การจับความเร็ว ระยะทาง และเวลา สมาร์ทโฟนทำได้หมด สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์วัดการเต้นของชีพจรได้และมีโปรแกรมการฝึกซ้อม เช่นการฝึก interval อีกด้วย

5 เหตุผลที่ควรหันมาใช้นาฬิกา GPS กัน

  • ขนาดและน้ำหนัก แน่นอนว่าขนาดของสมาร์ทโฟนนั้นเทอะทะมีขนาดตั้งแต่เกือบ 5 นิ้วขึ้นไป โดนนาฬิกา GPS เล็กกว่ามาก และน้ำหนักของนาฬิกา GPS ก็เบามากกว่า 1 ใน 4 ของสมาร์ทโฟน แต่ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือระหว่างคุณออกกำลังกายคุณพกพามันได้สะดวกมากกว่าแค่ใส่บนข้อมือของคุณ และยกขึ้นมาดูได้อย่างง่ายมากๆ ในขณะเดียวกันหากคุณใช้สมาร์ทโฟน คุณมีแค่สองทางเลือกในระหว่างออกกำลังกายคือ ใช้สายรัดแขน หรือจับมันเอาไว้แน่นๆ ถ้าหากคุณกังวลเรื่องการเปลี่ยนเพลงที่ฟังระหว่างวิ่ง นาฬิกา  GPS บางรุ่นมีฟังก์ชั่นนี้เช่นกัน
  • การใช้งานแบตเตอรี่ หากคุณใช้สมาร์ทโฟนระหว่างออกกำลังกาย จะสิ้นเปลืองแบตเตอรี่มาก และนั่นอาจทำให้คุณหงุดหงิด เพราะคุณจำเป็นต้องใช้มันทำอย่างอื่นอีก ในขณะที่นาฬิกา GPS นั้นมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ตั้งแต่ 6-20 ชั่วโมงแล้วแต่รุ่นและยี่ห้อเลย
  • ความแม่นยำของ GPS สมาร์ทโฟนจะด้อยกว่า เนื่องจากผู้ผลิตไปมุ่งเน้นการทำกล้องให้ชัดและพื้นที่ในสมาร์ทโฟน อุปกรณ์ภายในก็เน้นไปในฟังก์ชั่นอื่นๆมากกว่า นาฬิกา GPS จึงทำได้ดีกว่าในแง่ของระยะทางและความเร็วที่วัดได้ ซึ่งความแม่นยำนี่บางคนอาจเห็นภาพไม่ชัดเจนหากใช้ในเวลาขับรถหรือไปในระยะทางไกลๆ แต่ในกรณีของระยะทางที่สั้นและเคลื่อนตัวช้ากว่าอย่างเช่น การวิ่ง จะเห็นความแตกต่างชัดเจน
  • กันน้ำได้ ข้อนี้ค่อนข้างชัดเจน นาฬิกา GPS บางรุ่นกันเหงื่อได้ดี บางรุ่นสามารถเอาไปลงว่ายน้ำได้อีกด้วย ในขณะที่คุณลองนึกภาพหากต้องเอาสมาร์ทโฟนของคุณลงไปว่ายน้ำด้วยนี่สิ ไม่อยากจะคิดเลย
  • สมบุกสมบันและการเปลี่ยนอะไหล่ แม้ว่าข้อดีของการใช้แอพพลิเคชั่นบนมือถือคือ คุณสมาร์ทใช้มันบนสมาร์ทโฟนได้เลย แต่ถ้าหากคุณทำมือถือตกหรือกระแทกกับอะไรสักอย่าง มันไม่คุ้มที่คุณจะเสียทุกอย่างในสมาร์ทโฟน ซึ่งนาฬิกา GPS ปลอดภัยกว่าบนข้อมือของคุณอีกทั้งมีการรับประกันของการชำรุดหลายกรณีด้วย

 

แปลบทความจาก  : TheWiredRunner.com




Comments