พูดได้ประโยคเดียวว่า ของมันต้องมี! สำหรับนักวิ่งทุกคน แอพพลิเคชั่นบนมือถือขนาดเล็กที่มีทั้งบน iOS และ Android ความสามารถของมันคือคำนวนระยะทาง เวลา และ Pace (ความเร็ว) ที่สำคัญคือมัน ฟรี! กดตามลิงค์ตรงนี้ได้เลย

iOS :  >   Click Here  <
Android : >  Click Here  <

ถ้างั้นเรามาอธิบายกันก่อนว่า ความสามารถมันมีอะไรบ้าง

  • คำนวนระยะทาง ในกรณีที่คุณต้องการทราบว่าหากคุณต้องการวิ่งในระยะเวลาเท่านี้ และ ความเร็วเท่านี้ คุณจะไปได้ไกลแค่ไหน เช่น คุณต้องการออกกำลังกาย 1 ชั่วโมง และวิ่งความเร็วที่ 7 นาที ต่อ 1 กิโลเมตร (Pace 7) โปรแกรมก็จะคำนวนมาได้ว่าคุณสามารถวิ่งไปได้ไกล 8.53 กิโลเมตร
  • คำนวนเวลา อันนี้น่าจะใช้กันบ่อยที่สุด คือในกรณีที่คุณอยากทราบว่าคุณจะวิ่งระยะทางเท่านี้ และใช้ความเร็วเท่านี้ คุณจะถึงเส้นชัยใช้เวลาเท่าไหร่ เช่น คุณต้องการวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอน (21 กิโลเมตรโดยประมาณ) และคุณวิ่งด้วยความเร็วที่ 6 นาที ต่อ 1 กิโลเมตร (Pace 6) โปรแกรมก็จะคำนวนมาได้ว่าคุณจะใช้เวลาทั้งหมด 2.06 ชั่วโมง ดังนั้นถ้าคุณอยากได้ Sub2 (ใช้ระยะเวลาต่ำกว่า 2 ชั่วโมง) คุณก็จะต้องวิ่งให้เร็วขึ้นกว่า Pace6
  • คำนวน Pace (ความเร็ว) อันนี้สำหรับ Pacer (ผู้ที่มีหน้าที่วิ่งกำกับระยะ เป็นตัวแทนนักวิ่งว่าหากวิ่งตามคุณ จะเข้าเส้นชัยได้ในเวลาเท่านี้)  คือในกรณีที่คุณต้องการวิ่งในระยะเท่านี้ ให้ทันก่อนเวลาเท่านี้ คุณต้องวิ่งด้วยความเร็วเท่าไหร่ เช่น คุณเป็น Pacer ระยะ Full-Marathon (42.195 กิโลเมตร) ในเวลา 4.30 ชั่วโมง โปรแกรมก็จะคำนวนมาให้ว่าคุณต้องวิ่งด้วยความเร็ว 6.23 นาที ต่อ 1 กิโลเมตร (Pace 6.23)

หน้าจอแรกของในแอพพลิเคชั่นเป็นแบบนี้ก่อนอื่นควรจะเข้าไปตั้งค่าให้หน่วยเป็น Kilometre ก่อน โดยเข้าไปที่ About > Settings > Select Units 

เมื่อคุณพร้อมแล้ว ก็เข้ามาที่เมนู Calculator (ซ้ายล่าง) หากคุณต้องการคำนวนอะไร ก็ต้องทราบข้อมูลสองอย่างที่เหลือ เช่น ต้องการคำนวน Pace (ความเร็ว) ก็ต้องใส่ระยะทาง และเวลาที่ต้องการถึงเส้นชัยไป และกดปุ่ม Calculate และอย่างลืมหากต้องการคำนวนใหม่ให้กด Refesh ก่อน เพื่อทำการล้างค่าที่อยู่บนหน้าจอให้หมด

ปุ่ม Advance ข้างซ้าย ไว้เพื่อใส่ค่าอื่นๆ อีก 2 อย่าง ที่เป็นปัจจัยในการทำให้วิ่งยากขึ้น ตามสภาพภูมิประเทศ และอากาศในสนามที่เราวิ่ง

  1. Altitude คือ ระดับความสูง ในกรณีที่เราต้องวิ่งขึ้นเขา ก็ใส่ข้อมูลลงไปว่า จุดเริ่มต้น จนถึงเส้นชัยบนเขา มีความสูงเท่าไหร่
  2. Temperature คืออุณหภูมิ ร้อนหรือหนาว เท่าไหร่ หากเราทราบก็ระบุลงไป ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะเปลี่ยนไปจากเดิม

เมนูที่เหลือคือ Training และ Equivalent อาจไม่ค่อยจำเป็น

  • Training บอกเราว่าถ้าเราต้องการผลลัพธ์จากการคำนวนของเราในเมนูแรก เราควรจะซ้อมแบบไหนที่ความเร็วเท่าไหร่
  • Equivalent บอกเราว่าจากการคำนวนในเมนูแรก หากเราวิ่งด้วยความเร็วเท่านั้น จะได้ผลลัพธ์อื่นๆในระยะอื่นเท่าไหร่

นอกจากนั้นแล้วในแอพพลิเคชั่นยังมีบอก VDOT Score ที่มุมขวาบนของเมนู Calculator ว่าการวิ่งของคุณอยู่ในระดับไหนเพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาตัวเองได้




Comments