ณรงค์ศักดิ์ สุราและกรีฑาบำบัด

0
3444

พูดกันตามตรงว่าหากผมพบเจอคุณณรงค์ศักดิ์ในซอยมืดเปลี่ยวๆ กำลังเดินสวนกัน ผมคงต้องแกล้งตายเพื่อเอาตัวรอด ส่วนทรัพย์สินอันมีค่าผมไม่เสียดายเท่าชีวิต ด้วยภายใต้หนวดเคราดก ละม้ายคล้ายองคุลีมาร ลีโอไนดัส และฤาษีของเขา เราอาจทายได้ไม่ยาก ว่า เขาคนนี้ต้องดื่มสุราเป็นอาจิณ แต่อีกด้านหนึ่งของเขา เขาเป็นนักวิ่งที่กำลังก้าวเข้าสู่มาราธอนอย่างเต็มตัว

นี่คือคุณ ณรงค์ศักดิ์ในอดีต ในตอนนั้นน้ำหนักเกือบ 90 กิโลกรัม ด้วยกิจกรรมดื่ม สังสรรค์ทุกค่ำคืน

และนี่ก็คือ New ณรงค์ศักดิ์ คนเดียวกันในวันนี้ และปัจจุบันเลิกบุหรี่ เรียบร้อยแล้ว

ผมไม่ได้รู้จักคุณณรงค์ศักดิ์เป็นการส่วนตัว แต่ต้องบอกเลยว่าครั้งแรกที่เห็น ถูกชะตาไม่น้อย ด้วยความที่เคยเป็นนักดื่มเช่นเดียวกัน วันนี้ผมโชคดี มีโอกาสได้สัมภาษณ์ไอดอลของนักดื่มหลายๆท่าน ด้วยวลีที่ติดหูของคุณณรงค์ศักดิ์ที่มักจะเอ่ยออกมาเป็นประจำ “เมาได้ต้องวิ่งได้” ทำให้ทุกท่านสนใจว่า ทำอย่างไร ถึงดูแลสุขภาพได้แบบนี้ ทั้งๆที่ยังดื่มอยู่เป็นปกติ

แนะนำตัวหน่อยครับ

“ณรงค์ศักดิ์ โรจนทิมทองครับ อายุ 40 ปี แต่งงานแล้วแต่ลูกยังไม่มีครับ ปัจจุบันค้าขายครับ แต่อดีตเคยเป็นอาจารย์สอนเด็กอาชีวะมา 6 ปี”

เวลาว่างชอบสังสรรค์แถวไหนครับ ดื่ม กิน เที่ยว มานานหรือยังครับ

“ได้ทุกแนวครับ ชอบไป ใครชวนไป ยิ่งปาร์ตี้ตามงานคอนเสิร์ต ต่างๆนี้ไปประจำครับ ยิ่งเมาเจอสาวได้ถ่ายรูปคู่ ได้เจอศิลปิน ดูแล้วมันเท่ห์ดี ได้ไปอวดสาวอวดเพื่อน ว่าเราแม่งสุดเรื่องปาร์ตี้เรื่องเที่ยว แต่พักหลังก็หันมาดื่มตามร้านเล็กๆแล้วเช่นตามสวนอาหาร ร้านลาบ ร้านอาหารอีสาน สงสัยเริ่มอายุมากเลยเปลี่ยนแนว 555” (เปลี่ยนแนวไปเยอะนะครับ)

เคยดื่มหนักที่สุดเมื่อไหร่ อาการเป็นยังไงบ้างครับ

“อาการเหรอครับ หัวห้อยดิ อ้วกแตก ขับรถไม่ไหว เพื่อนต้องไปส่งกันเลยทีเดียว 55 ถ้าดื่มหนัก!!!ส่วนใหญ่ก็จะเป็นวันเกิดเพื่อน วันพิเศษต่างๆ หรือตามคอนเสิร์ตประมาณว่าออกงานไม่ต้องกลับบ้านมันต้องสุดไปเลย เหล้า บุหรี่ เนื้อ มาหมดครับ แต่ยาบ้าผมไม่เอานะ” (มีภาพประกอบ)

ปัจจุบันดื่มน้อยลงไหมครับ หรือเท่าเดิม

“น้อยลงครับ แต่ถ้าวิ่งลงแข่งเสร็จ ผมกลับมาร้าน-บ้านก็ฉลองกันเลยครับ บางที 2-3 วันติด หลังเลิกงานนะ แต่ถ้ามีงานวิ่งผมจะพักเลย 6-7 วันก่อนลงสนาม ไม่ดื่ม ไม่สูบ ปาร์ตี้จากที่เคยไปก็เปลี่ยนเป็นไปงานวิ่งแทนครับ ไปไกลวิ่งเสร๊จก็ฉลองเลย จำได้วิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอนครั้งแรกที่อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช นั่งรถไฟจากลพบุรีไปสุราษฎร์ธานีถึงงานขนอม กลางคืนดันมีคอนเสิร์ตต้อนรับ มีเบียร์ขายด้วยแต่ห้ามใจไว้ได้เพราะเช้าต้องลงวิ่งฮาล์ฟมาราธอนแรกในชีวิต พอวิ่งจบเท่านั่นแหละ ซัดเบียร์กันริมทะเลเลย ไปกับน้อง 2 คน ขากลับนั้งรถทัวร์กลับหลับยาว”

ได้ข่าวว่าเคยอ้วนมาก่อน ตอนนั้นน้ำหนักเท่าไหร่ สาเหตุเพราะอะไรครับ

“พีคสุด 85 กิโลกรัม ครับน้ำหนัก ดื่มมากครับ ออกกายก็เหยาะแหยะๆ เมื่อก่อนผมทำร้านเหล้าด้วย กินแทบบทุกวัน ลูกค้าชวนบ้างเพื่อนบ้าง วันไหนไม่มีลูกค้าก็ดื่มกันเอง กับแกล้มนี่ไม่ต้องพูดถึงเมนูมีเท่าไหร่สั่งมาหมดเลย คิดแล้วมันส์ดี 555”

จุดเริ่มต้นที่พยายามมาลดน้ำหนัก ตอนนั้นคิดอะไรอยู่ หรืออะไรดลบันดาลใจครับ


“มันมีหลายอย่างมากครับแรงบันดาลใจเนี่ย ผมชอบดูหนังเกี่ยวกับกีฬา เกี่ยวกับการต่อสู้เอาชนะ มีเรืองนึงทำให้ผมฮึกเฮิมครับ ก็คือ McFarland เกี่ยวกับทีมวิ่งจากเด็กชนบท เหมือนมันสอนนะให้มีความตั้งใจ ทำอะไรต้องจริงจัง อย่ายอมแพ้ถ้าไม่ได้ลองทำ ทำแล้วมันมีแต่สำเร็จมากหรือน้อยเท่านั้นเองครับ อีกอย่างครับก็ได้มาจากรุ่นน้องที่วิ่งงมาด้วยกันแหละ ผมเห็นมันอ้วนมากมันวิ่งจนผอม ผมเลยทำตามมัน แทบตายเลยแรกๆ 100 เมตรนะ 55″

สถิติวิ่งที่ดีที่สุดของคุณคืออะไร แล้วมีเป้าหมายอะไรต่อไป

“ครั้งแรกที่ผมวิ่ง 10 กิโลเมตร เวลาผมได้ 1 ชั่วโมง 45 นาที เมื่อ 2 ปีก่อนนะ และผมก็หายไปเลยไม่วิ่งต่อ ขี้เกียจ ยังติดเที่ยว แต่มาเมื่อปีที่แล้วผมอยากเอาจริง จริงจัง เริ่ม 10 กิโลเมตรแรกด้วย 1 ชั่วโมง 20 นาที ปัจจุบัน 10 กิโลเมตรผมทำได้ไม่เกิน 1 ชั่วโมง ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้วเพราะผมจำได้แม่นว่าเมื่อ 2 ปีก่อนในงานนึงเค้าประกาศว่าใครวิ่ง 10 กิโลเมตรไม่ถึง 1 ชั่วโมงจะมีรางวัลให้ ผมก็เลยฝึกและตั้งใจจะไปแข่งงานนี้อีก แต่แล้วงานแม่งไม่จัด 555 แต่ไม่เป็นไรปีนี้ผมเลยตั้งเป้าใหม่ว่าซักครั้งในชีวิต กูอยากไปยืนบนเวลาซักครั้ง (รับถ้วย)ในระยะ 5 ก็ได้ หรือ 10 ก็ได้เพื่อเป็นของขวัญและมันเป็นเป้าหมายที่ผมตั้งไว้ แต่ถ้าไม่ได้ก๊ไม่เป็นไรครับ ถือว่าผมได้ลองแล้ว ทำดีกว่าไม่ทำ

ถือได้ว่าเราเป็นแรงบันดาลใจให้ เพื่อนๆน้องๆในกลุ่ม Drunker Runner ไหม เราได้พูด สอนอะไรพวกเขาบ้าง

“ตอนแรกผมมีกัน 2 คนครับคือผมและไอ้วัด หลังจากนั้นจากที่ผมวิ่บ่อยๆ ลงเฟสบ่อยๆ บางคนเห็นว่ามันเท่ห์ เห็นว่ามีภาพสวย เจ๋งไรงี้เลยอยากทำตา ผมก็ว่ามันก็เป็นผลดีครับที่อยากทำตามเรา แต่ผมบอกเพื่อนๆน้องๆเสมอว่าการวิ่งไม่ใช่ใครๆจะหยิบรองเท้ามาแล้วมาลงสนามแล้วซัดเลย มันไม่ใช่นะ มันต้องผ่านการซ้อม เตรียมร่างกาย เตรียมจิตใจให้พร้อม ไม่ใช่ว่าเมาไม่สร่างแล้วมาลงสนามมันไม่ใช่ จะตายเอาแบบนั้น เคยมีครั้งนึงมีน้องมาขอไปวิ่งด้วย มารอตี 4 พูดออกมานี่เหม็นเหล้าหึ่งเลย มันบอกว่าเมาได้ต้องวิ่งได้ตามคอนเซ็ป Drunker Runner ไง ผมนี้โมโหและด่าไล่มันกลับบ้านเลย บอกถ้ามึงพร้อมแล้วกลับมาใหม่ ความหมายของ Drunker Runner ไม่ใช่ให้เมาแล้วมาวิ่ง แต่มันคือให้มึงอ่ะดูแลตัวเอง สุขภาพตัวเอง ในขณะที่พวกมึงเนี่ย วันๆเช็คอินแต่ร้านเหล้าโชว์แต่ภาพดื่มกิน มึงทำร้ายตัวเองแล้วก็ควรดูแลตัวเองด้วย ผมบอกน้องๆเสมอ อิอิ”

ถ้าจำเป็นต้องเลือก แบบบังคับเลย ว่าจะวิ่ง หรือดื่ม จะเลือกอะไร ได้อย่างเดียว

“ผมเลือกวิ่งครับ”

เคล็ดลับ เทคนิค ของคุณมีอะไรบ้างที่ทำให้เริ่มวิ่งได้จากคนที่อ้วน ดื่มหนัก มาเป็นอย่างปัจจุบันได้

“เคล็ดลับนี้คือวินัยล้วนๆ ต้องตั้งเป้าหมายเลย อยากได้เท่าไหร่ เวลาอะไร ต้องซ้อมมีพักด้วย พอเราได้ซ้อมทุกวัน ปฎิบัติบ่อยๆมันจะชินครับ อยากทำเรื่อยๆ ยิ่งทำลายสถิติตัวเองได้ยิ่งมีแรงฮึดเลย จากคนตื่นสายจะกลายเป็นตื่นเช้าเลยอัตโนมัติ เวลาผมซ้อมผมชอบไปดูนักวิ่งเก่งๆตามสนามแล้วถามและขอซ้อมไปกับเขาเลย มันจะได้ทักษะจากพวกเค้านี่แหละ ผมยังเคยไปขอซ้อมกับเด็ก 15-16 ปีเลยนะ น้องเขางงเลย ลุงมาไง 55 ก็อยากเก่งบ้างเนอะ”

การวิ่งได้ให้อะไรกับคุณบ้าง

“สุขภาพดีขึ้นมาก นอนไม่กรน ไม่ปวดหลัง น้ำหนักลด หลังๆมีคนทักพี่ดูดีขึ้น ปลื้มเลยย ยิ่งบอกว่าผม 40 ปีแล้ว หลายคนยังไม่เชื่อ และก็มิตรภาพได้เจอเพื่อนใหม่ หลายคนไม่รู้จักไม่เคยเห็นหน้า หยิบยื่นมิตรภาพดีๆมาให้ ผมเคยเจอน้องคนนึงนะ โห! วิ่งประคองผมตลอดเลย ผู้ชายนะไม่ใช่สาว ถึงจุดให้น้ำมีการถามพี่เอาน้ำอีกไหม ผมนี่พูดไม่ออกเลยย ไม่ใช่ปลื้มใจนะ เหนื่อยจนพูดไม่ออก 555”

เยาวชนปัจจุบันก็กิน ดื่ม เที่ยว เยอะขึ้นเรื่อย อยากจะบอกอะไรกับเยาวชนเหล่านั้นบ้างครับ

“เยาวชน วัยรุ่น ผมบอกเลยนะในความคิดผมส่วนตัวเลยที่ดูจากตามหน้าเฟสบุคหรือพวกที่เริ่มเข้าสู่วัยทำงาน ส่วนใหญ่ครับ เมา ปาร์ตี้ โชว์ของใช้ กินโน่นกินนี่ โชว์ดื่มโชว์กิน ไปงานเก๋ปาร์ตี้เท่ๆมาอวดกัน ซึ่งผมเคยเป็นมาก่อน อยากฝากครับ ความเท่!หรือความเจ๋ง!!! มันไม่ได้วัดกันที่ไปร้านหรูกินของแพง!! ปาร์ตี้ทุกวัน!!หรอกครับ อยากให้วัยรุ่นทุกคนคิดใหม่ความเจ๋ง!! ความเท่!! มันต้องอยู่ที่ตัวเราดิ เราติดทีมกีฬาโรงเรียน เราเรียนเก่ง เราได้รางวัลกีฬาหรือการศึกษา นี่ซิถึงจะเรียกว่าเท่หรือเจ๋งจริง…”

“สุดท้ายครับ ทำอะไรต้องทำให้สุด (ทางสร้างสรรค์)นะ ทำให้จริงและมีเป้าหมาย ลงมือทำซะ อย่ามัวแต่หาแรงบันดาลใจครับ ลงมือทำเหอะ หลายคนแชร์วิธีลดความอ้วน แชร์วิธีการลดอาหาร แชร์วิธีการออกกำลังกาย แต่การแชร์การดูอย่างเดียวมันไม่ได้ให้เราถึงเป้าหมายนะ #เราต้องลงมือทำ มันถึงจะบรรลุเป้าหมาย ขอบคุณครับ จากใจฟิตฟิต เรามันสุดดด”

ติดตามผลงาน แรงบันดาลใจ จากกลุ่ม Drunker Runner ได้ที่
Facebook : Drunker Runner




Comments