ITB และ เวชศาสตร์ฟื้นฟู

0
8044

ผมเริ่มมีอาการเจ็บเอ็นข้างเข่าด้านขวา หรือที่เรียกว่า ITB (Iliotibial Band) เป็นอาการยอดฮิตของนักวิ่ง ผมได้รับคำแนะนำจากรุ่นพี่ที่วิ่งด้วยกันให้มาหาหมอที่ ชลาทิพย์ คลินิก ในจังหวัดเชียงใหม่ สดๆร้อนๆเมื่อไม่ถึงครึ่งชั่วโมงนี้เอง ผมเลยรีบมาพิมพ์เล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นประโยชน์แก่นักวิ่งทุกท่าน

ก่อนอื่นขอเรียนแจ้งให้ทราบว่า ผมไม่ได้สัมภาษณ์คุณหมอโดยตรง ไม่ได้ขออนุญาตท่าน เป็นเพียงการพูดคุยที่ผมจดจำมาและเรียบเรียงใจความเอาเอง ดังนั้นบทความนี้คุณหมอขลาทิพย์จึงไม่มีส่วนรับผิดชอบต่อข้อมูลที่ผิดพลาด และผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญานด้วยตัวเอง

ITB Syndrome เกิดขึ้นจากการเสียดสีกันระหว่างไอทีแบนด์กับปุ่มกระดูกด้านข้างของกระดูกต้นขาส่วนปลาย ในตำแหน่งเหนือจากแนวช่องข้อเข่าเล็กน้อย ถ้าใช้ปลายนิ้ววางบนกระดูกสะบ้าทางด้านหน้าของข้อเข่าแล้วเลื่อนมือออกมาทางด้านข้างก็จะพบตำแหน่งของปุ่มกระดูกนี้ ซึ่งความสำคัญคือ ตำแหน่งนี้จะตรงกับจุดที่ผู้ป่วยชี้บอกว่ามีอาการปวดมากที่สุด

Photo by : Deansomerset.com

เท่าที่คุยกับคุณหมอชลาทิพย์ ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดอาการนี้คือ

1. ไม่มีการวอร์มอัพ หรือยืดเหยียดตรงจุดนี้เพียงพอ ซึ่งคุณหมอบอกว่าบริเวณนี้ ท่าทางการยืดเหยียดที่ดีและได้ผลมีไม่กี่ท่า ซึ่งคุณหมอก็แนะนำมา 1 ท่า แถมทำให้ดูอีกด้วย (ลงทุนมาก)

2. กล้ามเนื้อต้นขาและส่วนอื่นไม่แข็งแรงพอ เอ็นส่วนอื่นจึงรับภาระแทน ซึ่งคุณหมอได้บอกอีกว่า ความโชคร้ายก็คือ กล้ามเนื้อคนเราฟื้นฟูได้เร็วกว่าเอ็นมากๆ 2-3 วันก็ฟื้นตัว แต่เอ็นถ้าอักเสบแล้ว นานเป็นเดือนเลยทีเดียว

(ซึ่งวิธีการวอร์มที่ดี และการบริหารกล้ามเนื้อต้นขา ที่คุณหมอแนะนำ ผมจะพิมพ์ไว้ที่ด้านล่างสุดของบทความ)

คุณหมอชลาทิพย์ได้เปรียบเปรยเอ็นข้างหัวเข่าได้อย่างน่าฟังว่า เหมือนกับสปริง ถ้ามันถูกใช้งานเยอะๆ พอยืดสุดๆ มันก็จะกลับมาในสภาพเดิมหรือกดหดกลับยากต้องใช้เวลาพอสมควร

การที่สังเกตุว่าจุดไหนใช้งานหนัก เจ็บ หรืออักเสบ คุณหมอได้ใช้วิธีกดดูว่าส่วนไหนตึง ซึ่งมันก็เป็นจุดที่ตรงเป๊ะเลยจริงๆ ขนาดไม่ได้วิ่งมาเป็นสัปดาห์มันยังตึงอยู่เลย ดังนั้นจุดนั้นแหละคือจุดที่มีปัญหา

Photo by : Facebook.com/chalatipclinic

คุณหมอใช้วิธีเลเซอร์ ก่อนในขั้นตอนแรก ซึ่งผมไม่ได้มองดูเลย เพราะไม่กล้ามอง คุณหมอใช้อุปกรณ์ตัวหนึ่งกดลงไปเบาๆและถูวนบริเวณนั้น ซึ่งทำให้กล้ามเนื้อและเอ็นบริเวณนั้นผ่อนคลาย และฟื้นฟูตัวเร็วกว่าปกติ คุณหมอบอกว่าถ้าเจ็บไม่มากหรือไม่ใช่อาการเรื้อรัง ใช้เลเซอร์ก็หายแล้ว แต่เมื่อคุณหมอใช้เลเซอร์เสร็จแล้ว ลองกดตรวจสอบดูอีกครั้ง หมอบอกว่า บริเวณ ITB ของผมยังตึง กดแล้วผมรู้สึกเจ็บอยู่เล็กน้อย ดังนั้นต้องปักเข็ม!!!

“การปักเข็ม” หรือ “Dry needling” เป็นเทคนิคที่ใช้รักษากลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง (Myofascial pain syndrome) โดยใช้เข็มเปล่าๆ ที่ไม่ได้ฉีดยาหรือสารเคมีใดๆ แทงผ่านผิวหนังไปยังจุดกล้ามเนื้อที่มีอาการปวดที่เรียกว่า trigger point การปักเข็มนี้เป็นการรักษาตามแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งแตกต่างจากการ “ฝั่งเข็ม” ตามแพทย์แผนจีน

Photo by : Facebook.com/chalatipclinic

สารภาพอีกครั้งว่าไม่ได้มองเลย กลัวอ่าาาา ความรู้สึกตอนปักเข็มเจ็บนิดๆ จี๊ดๆ แต่รู้สึกว่าเหมือนคุณได้ทำการปักลงไป และผมไม่รู้ใช้คำไหนดี มันจะรู้สึกหน่วงๆ แต่ไม่ได้เจ็บ คุณหมอบอกว่ามันจะทำให้กล้ามเนื้อหรือเอ็นส่วนนั้นคลายตัวมากขึ้น

และหมอก็นัดอีกครั้งอีก 3 วัน เพื่อปักเข็มอีกรอบ เพราะกดดูแล้วยังคงตึงอยู่เล็กน้อย

คุณหมอให้คำแนะนำอีกว่าถ้ากล้ามเนื้อต้นขาและส่วนอื่นไม่แข็งแรงพอ ก็จะกลับมาเจ็บอีก ในระหว่างที่วิ่งมีวิธีแก้ปัญหาฉุกเฉินอยู่ แต่คุณหมอย้ำว่า ห้ามทำบ่อย หรือนำมาใช้เป็นประจำ คือการเปลี่ยนท่าวิ่งระหว่างวิ่ง เช่น เปิดปลายเท้าออกข้างนอก เพื่อให้ใช้กล้ามเนื้อส่วนขาด้านในแทน วิธีนี้หมอบอกว่าอาจอันตรายกับส่วนอื่นแทน เพราะส่วนนั้นเราไม่ได้ใช้เป็นประจำ ก็จะบาดเจ็บได้ง่าย อีกทั้งอาจส่งผลกระทบกับหัวเข่า

วิธีการบริหารต้นขาที่คุณหมอแนะนำ

Photo by : qicraft.fi

เครื่องเล่นเวทในภาพหรือใกล้เคียงในรูป เป็นเครื่องที่คุณหมอแนะนำอับดับที่ 1 เนื่องจากสามารถปรับระดับความหนักได้ คุณหมอให้เหตุผลว่าเนื่องจากนักวิ่งมีขาที่แข็งแรงการทำสควอทแบบธรรมดาอาจไม่ได้ผลนัก แต่หากประหยัดก็สามารถทำสควอทแทนแต่ให้หาที่ยกน้ำหนัก หรือดัมเบลมาประกอบด้วยจะได้ผลที่ดีกว่า

วิธีการวอร์มร่างกาย ยืดเหยียดที่คุณหมอแนะนำ

Photo by : Acefitness.org

คุณหมอให้ผมทดลองทำจริง ในรูปใกล้เคียงกับที่คุณหมอให้ผมทำที่สุด แต่หากมีคนช่วยดันขา ดึงขาอีกคนจะดีที่สุด หน้าและลำตัวต้องพยายามหันไปอีกทางตรงข้ามเพื่อเหยียดให้สุด และขาทั้งสองจะต้องตรง

อีกเรื่องหนึ่งคือ คุณหมอได้ถามว่า ได้ใช้ที่รัดเข่าหรือไม่ ผมก็บอกไปว่า ใช้บ้างครับ คุณหมอตอบกลับมาว่า “ไม่ต้องใช้เลยนะ ไม่ได้ช่วยอะไรเลย ทางกลับกันให้ผลเสียมากกว่า มันช่วงพยุ่งเราก็จริงแต่ถ้าเราใช้บ่อยมากๆ แล้วอยากจะถอดออกมาวิ่ง กลายเป็นว่ากล้ามเนื้อเราแทนที่จะแข็งแรง กลับกลายเป็นเคยโดนช่วยเหลือมา ทีนี้งอแง แล้วก็จะเจ็บอีกด้วยซ้ำ ที่รัดเข่ามันไว้สำหรับคนที่ประสบเหตุแรงๆ เจ็บหนัก ต้องใช้ช่วยเหลือจริงๆพยุงไว้เท่านั้น”

หากใครอยู่เชียงใหม่หรือจังหวัดใกล้เคียงแวะไปขอคำปรึกษาได้ หรือติดต่อ ชลาทิพย์คลินิก




Comments