10 กิโลเมตรครั้งแรกคือสิ่งที่ผมจะจดจำไปตลอดกาล

0
1294

“10 กิโลเมตรครั้งแรกคือสิ่งที่จะจดจำไปตลอดชีวิต ไม่ใช่ 1 วินาทีที่คุณเข้าเส้นชัยใน 42.195 กิโลเมตร”
แม้ว่าช่วงเวลาที่คุณวิ่งมาราธอนจะเป็นช่วงที่แต่ละก้าวที่เหยียบย่าง วิ่งบ้าง เดินบ้าง ปวดขา หิวน้ำ แน่นอนเราทุกคนจำมันได้ และมีความสุขทุกครั้งที่นึกถึง

ในอีกด้าน ช่วงเวลาที่ผุดขึ้นมาเป็นประจำแล้วมันช่วยเติมไฟ ทำให้ผมยิ้มได้เสมอ และพร้อมที่จะเล่าให้คนอื่นฟังทุกครั้ง ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ผมวิ่ง 42.195 กิโลเมตร แต่เป็น 10 กิโลเมตรครั้งแรก ที่ผมได้พยายามต่างหาก

ทำไมต้อง 10 กิโลเมตร?
จริงๆเป็นแค่การเปรียบเปรย บางคนมีช่วงเวลานี้ที่ 5 กิโลเมตร บางคนก็ 3 กิโลเมตร แต่แน่นอนมันเป็นระยะนั้นครั้งแรกที่คุณกัดฟัน ผ่านมันไปอย่างยากลำบากที่สุด

ผมจำได้ค่อนข้างแม่นว่าช่วงแรกที่วิ่งก็เพื่อพยายามควบคุมน้ำหนัก แค่คิดว่าวิ่งวันละ 30 นาที ก็คงพอมั้ง วิ่งบ้างไม่วิ่งบ้าง วันไหนขี้เกียจ (ซึ่งก็ส่วนใหญ่นั่นแหละ) ก็ไม่ไปวิ่ง บางวันวิ่งได้ 3 กิโลเมตร บางวันวิ่งได้ 4 กิโลเมตร ไม่เคยศึกษาการวิ่ง ไม่ได้อยู่ในชมรมอะไร ไม่มีเพื่อนเป็นนักวิ่งสักคน

1 เดือนผ่านไปคิดว่าตัวเองแน่ ลองทดสอบวิ่ง 10 กิโลเมตร โอ้โหแทบจะเป็นลม ปาไปเกือบ 1 ชั่วโมง 30 นาทีไม่รู้หรอกว่าเวลานั้นเรียกว่าเร็วหรือช้า จนกระทั่งทดลองไปลงงานวิ่งระยะ มินิมาราธอน ผลสรุปคือแม้กระทั่งเหรียญรางวัลยังไม่ได้ SAD มากกกกกกก!
และนี่เป็นช่วงเวลาที่ผมจดจำตลอดไป คือช่วงเวลาที่ความเป็นจริงมากระซิบข้างหูของทิฐิหรืออีโก้ตัวเองว่า เป็นไงล่ะ คิดว่าเก่ง คิดว่าพอ คิดว่าได้พยายามเต็มที่แล้วหรือ โลกใบนี้มันกว้างกว่าที่คิดนะและตัวเราก็ไม่ใช่ศูนย์กลาง

และความจริงมันก็ทำให้เราท้อ บอกเราว่าเราคงทำไม่ได้หรอก เอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนนั้นที่เก่งมากๆว่า อิจฉาเขา เราไม่ใช่เขานี่นา เราคงทำไม่ได้หรอก

แต่…วันต่อมาเราเปลี่ยนความคิด พยายามซ้อม หาข้อมูลมากขึ้น ลบความคิดเก่าทั้งหมด และยอมรับตัวเองในฐานะมือใหม่ผู้อ่อนหัด จากคนที่ขี้เกียจ ดื่มเที่ยว ไปวันๆ กลับกลายเป็นวิ่งทุกวัน จนคนหาว่าบ้า วันนั้นแหละครับ ที่คุณจะจดจำไปตลอดกาลว่าจริงๆแล้วเราทุกคนล้วนแต่ต้องพยายามกันทั้งนั้น และมันก็รู้สึกดีสุดๆที่ผ่านมันมาได้




Comments