เคล็ดลับ ทำอย่างไรรูปจะออกมาเป๊ะและปัง!

0
8962

ไม่เละและไม่พัง! ผมในฐานะที่เคยลงงานวิ่งมามากมายและเคยเป็นตากล้องช่วยถ่ายรูปให้งานวิ่งมาบ้างแล้ว ขออนุญาตนำประสบการณ์และการได้คุยเป็นการส่วนตัวกับตากล้องท่านอื่นๆ ทำให้ได้เข้าใจว่าทำไมรูปบางคนถึงเป๊ะและถี่มากมายขนาดนั้น ทั้งนี้ผมได้รวบรวมเคล็ดลับเหล่านั้นมาช่วยเหลือคุณไม่มากก็น้อย เพราะรางวัลของการวิ่งนอกเหนือจากสุขภาพที่ดี เหรียญรางวัล ก็รูปถ่ายสวยๆ เท่ๆ นี่แหละที่เป็นนิพพานของนักวิ่ง

ไม่ต้องรีบซิ่ง วิ่งตามที่เราถนัด

Photo by : Foxdiet.net

ทำไมน่ะหรือ เพราะคงไม่มีใครอยากให้รูปของเราออกมาแบบอ้าปากหวอ น้ำลายไหล หรือตาลอยหรอก ใช่ไหม? ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือรูปของนักวิ่งแนวหน้าทั้งหลาย มักจะเปี่ยมไปด้วยความหืดหอบ ถึงแม้จะดูมีพลังก็เถอะ และอีกเหตุผลหนึ่งคือ ยิ่งคุณเข้าเส้นชัยเร็วเท่าไหร่ ยิ่งมืดเท่านั้น เพราะงานวิ่งส่วนใหญ่เริ่มต้นสตาร์ทออกตัวตอนเช้ามืดนั่นเอง

เห็นกล้อง ต้อง Pace 10

คือให้ชะลอเลย หยุดได้เลยยิ่งดี หรือคุณจะกระโดดใส่ท่าอะไรก็ได้ เพราะการวิ่งเร็วขณะที่ช่างภาพกำลังกดชัตเตอร์ ย่อมมีโอกาสที่ภาพจะหลุดโฟกัสหรือเบลอมากขึ้นนั่นเอง ดังนั้นเราไม่ควรเสี่ยงกับความผิดพลาด แม้มันจะมีโอกาสเกิดขึ้นไม่มากสำหรับช่างภาพมืออาชีพก็ตาม

ชุด 50 ท่า 50

Photo by : justluxe.com

เป็นผู้หญิงอย่าหยุดเซ็กซี่ ผู้ชายก็เช่นกัน ชุดที่ใส่ในงานวิ่งมีผลค่อนข้างสูง ยกตัวอย่างนักวิ่งแฟนซี ที่เป็นจุดสนใจของทั้งนักวิ่งคนอื่นๆและตากล้องเป็นอย่างดี ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะตากล้องสนใจแต่คนหน้าตาดี จากประสบการณ์ ไม่มีเวลาที่จะดูหน้านักวิ่งด้วยซ้ำ แต่ตากล้องจะใช้สัญชาตญาณ อะไรเด่นจะถ่ายสิ่งนั้นก่อน คิดดูสิต่อให้เป็นผู้ชายถ้าใส่ชุดซุปเปอร์แมน ก็มั่นใจได้ว่าจะได้รูปออกมามากมายแน่นอน อีกทั้งการที่คุณใส่ชุดที่ดี สวย เท่ หรือเซ็กซี่ ก็จะช่วยให้คุณค้นหารูปแบบกวาดสายตาได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

อีกอย่างคือการโพสท่า นักวิ่งไม่จำเป็นต้องเกรงใจที่จะกระโดดหรือทำท่าแปลกๆ เพราะตากล้องชอบมาก คุณทำให้ช่างภาพมีรอยยิ้มแน่นอน

รู้จักตากล้องหรือยัง เขาเป็นใครบ้าง ?

Heart Attack Studio  | Photo by : Den NGow Mahachaiyasit

มีหลายวิธีที่จะทำความรู้จักกับช่างภาพ หนึ่งในวิธีที่ได้ผลที่สุดคือ อุดหนุนเขาเหล่านั้น ช่างภาพมีต้นทุนมากมายในการถ่ายภาพ โดยเฉพาะเลนส์กล้องเป็นอุปกรณ์ที่บอบบางและเสียหายชำรุดง่ายมาก (แถมแพงบรรลัยอีกต่างหาก) คุณจะมั่นใจได้ว่าอย่างน้อยคุณซื้อภาพเขาหนึ่งครั้ง เขาจะจดจำคุณตลอดไป และแทนคำขอบคุณ เวลาคุณวิ่ง เขาจำคุณได้ ผมมั่นใจว่าครั้งต่อไปนั้น คุณต้องมีมากกว่า 1 รูปจากเขาแน่นอน

หาพิกัดช่างภาพล่วงหน้า

หากคุณรู้จักเขาแล้ว ก็ถามเขาไปเลยครับ วันนี้พี่จะอยู่จุดไหน ก่อนถึงเส้นชัยหรือไม่ คุณจะได้ตั้งตัวไว้ก่อน อาจจะได้เช็ดเหงื่อ นึกท่าโพสไว้ล่วงหน้าก็ยังดี

ศึกษาระยะของเลนส์

Photo by : oneslidephotography.com

ถ้าได้ทราบว่าช่างภาพคนนี้ใช้เลนส์อะไรในการถ่ายภาพ คุณก็จะทราบระยะทำการของคุณ เช่นเลนส์เทเลหรือที่เรียกกันว่าเลนส์ซูม 70-200 mm. คุณอาจไม่สามารถประชิดและตั้งท่าเหมือนกับการถ่ายรูปด้วยกล้องมือถือ แต่คุณสามารถโพสท่าได้ตั้งแต่ระยะทาง 50 เมตร ก่อนถึงตัวช่างภาพด้วยซ้ำไป

Not Only Follow but See First

ลองดูในเพจ เฟสบุคของช่างภาพ อย่าลืมกดไลค์ และปรับการติดตามเป็น See first หรือ ดูเป็นอันดับแรก เพื่อติดตามว่าช่างภาพคนนี้ไปงานนี้หรือไม่ อยู่ตรงจุดไหน ลงรูปแล้วหรือยัง นี่ก็เป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อย

ด้านได้ อาย อด

คุณจะตะโกนเรียกช่างภาพ โบกมือทักทาย หรือโพสท่าที่พิสดาร ก็ไม่ต้องอายหรือรู้สึกผิดอะไร เพราะผลที่ได้มานั้นงดงามแน่นอน และช่างภาพก็ไม่ใช่อาชีพที่เย่อหยิ่ง เขาเหล่านั้นจะตอบรับความเป็นมิตรของคุณเสมอ ด้วยภาพถ่ายสุดปังและเป๊ะ ของคุณไงล่ะ

ทีนี้ทั้งหมดก็เป็นเคล็ดลับ ซึ่งอาจจะมีวิธีอื่นๆอีก แนะนำเข้ามากันได้ครับ และอย่าลืมหลังจากอ่านบทความนี้แล้ว ก็รีบไปทำความรู้จัก ไปอุดหนุนช่างภาพของเรากันล่ะ




Comments