จูน พรมณี สาวน้อยหน้าใส วิ่งไวอย่างเสือ

0
2237

ในเฟสบุคมี Group ของการวิ่งมาราธอนและช่างภาพงานวิ่งมากมาย หากคุณเป็นหนึ่งในสมาชิกในกลุ่มนั้นคุณย่อมต้องเคยเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้แน่นอน ด้วยความร่าเริง สดใส ที่เป็นเอกลักษณ์ของนักวิ่งคนนี้ ทำให้หนุ่มๆนักวิ่งทั้งหลายต่างก็ต้องทอดสายตาไปทางเดียวกันเมื่อเห็นเธอวิ่ง แต่ฝีเท้าของสาวน้อยหน้าใสคนนี้ไม่ธรรมดาเลย ทั้งเร็ว ทั้งแข็งแรง และแน่นอนเธอฝ่าฟันมาราธอนมาแล้ว วันนี้เรามาอ่านความคิดเห็น คำแนะนำดีๆจาก คุณจูน กันครับ

แนะนำตัวหน่อยครับ

สวัสดีค่ะ ชื่อ พรมณี คุณสิริประภารัตน์ ชื่อเล่น จูน นะคะ อายุ 28 ปีค่ะ จบจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร คณะเทคโนโลยีสื่อสารมวลชน (ส่วนที่ทำงานกำลังจะเปลี่ยนงานค่ะ 555) เป็นคนกรุงเทพค่ะ ^^

เริ่มวิ่งมานานเท่าไหร่แล้วครับ ทำไม่ถึงเลือกมาวิ่งทั้งๆที่มีวิธีการออกกำลังกายอื่นมากมายที่ผู้หญิงนิยมกัน

เริ่มวิ่งเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 58 ค่ะ ถึงตอนนี้ก็ 1 ปีกว่าๆ แล้ว สาเหตุที่เลือกมาวิ่งเพราะเพื่อนชวน คือตอนนู้นนน จูนเล่นกีฬาแบดมินตันก่อนค่ะ แต่ช่วงหลังๆนัดเจอเพื่อนตีแบดกันยากขึ้น แล้วจูนเป็นคนกินเก่ง พอไม่ได้ออกกำลังกายแล้วก็รู้สึกน้ำหนักเพิ่มขึ้น แต่ไม่อ้วนเพราะกินออกพุงอย่างเดียวเลย ใส่เสื้อผ้าแล้วสวยไม่สุด 555 ก็เลยคิดว่ามันต้องหากิจกรรมอะไรมาทดแทนน่าจะดี แล้วเพื่อนที่ออฟฟิศก็มาชวนไปวิ่งที่ กกท. ลองดูว่าจะไหวมั้ย พอวิ่งแล้วไหว รู้สึกชอบ ก็เลยวิ่งมาเรื่อยๆ จนตอนนี้เพื่อนเลิกวิ่งไปแล้ว เพราะเพื่อนบอกไม่ใช่ทาง ซึ่งต่างกับเราชอบมาก เจอทางของตัวเอง เป็นการออกกำลังกายที่ทำได้ด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยออกกำลังใดๆ นอกจากขาของเราเอง รู้สึกว่าการวิ่งเป็นกีฬาที่เผาผลาญพลังงานได้ดี ช่วยทำให้ร่างกายมีความเฟิร์มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สุขภาพดีด้วยค่ะ

สถิติที่ดีที่สุดในการวิ่งที่ภูมิใจที่สุด คือเท่าไหร่

สถิติที่ดีที่สุดระยะ 10K ก็คือตอนวิ่งงานปลาทูมินิมาราธอน ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 59 ค่ะ ได้ New PB ทำเวลา 10K ไป 50.28 นาที และสถิติที่ดีที่สุดระยะ 21K ก็คืองานเชียงใหม่มาราธอน เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 59 ค่ะ ได้ New PB ทำเวลา 21K ไป 1 ชั่วโมง 53.20 นาทีค่ะ สังเกตว่าจะได้ New PB ในงานวิ่งที่จัดเดือนธันวาคม เพราะอากาศเย็นสบาย วิ่งแล้วไม่ร้อน เลยวิ่งได้ดี อันนี้คิดเอาเองนะคะ 555

ผู้หญิงมักกลัวว่าวิ่งแล้วจะขาใหญ่ ตัวดำ หน้าอกหาย น้องจูนว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เราควรจะอธิบายกับผู้หญิงด้วยกันอย่างไรดี

เรื่องวิ่งแล้วขาใหญ่ คิดว่าไม่น่าจะเกี่ยว เพราะจูนวิ่งแล้ว ขาไม่ใหญ่ขึ้น ด้วยความที่เป็นคนขายาว วิ่งแล้วกล้ามเนื้อขายิ่งกระชับขึ้น ดูเรียว แบบมีกล้าม แต่คือเฟิร์มมาก ส่วนเรื่องตัวดำ อันนี้บอกตามตรงนะคะ ถ้าคิดจะออกกำลังกายอย่ากลัวดำ เพราะเวลาเราเล่นกีฬากลางแจ้ง ยังไงก็ผิวก็เจอแสงแดดแน่นอน ผิวอาจจะคล้ำแดดบ้าง แต่เราก็จะได้ผิวที่กระชับขึ้นนะคะ เฟิร์มขึ้น ยิ่งวิ่งยิ่งเผาผลาญ ลดเซลลูไลท์ด้วยนะคะ แต่ใครที่กลัวผิวคล้ำเสีย มันก็มีวิธีการปกป้องผิวจากแสงแดด อย่างการทาครีมกันแดด SPF 50+++ ทาครีมบำรุงผิวทั้งก่อน และหลังเจอแดด ดื่มน้ำเยอะๆ เพิ่มความชุ่มชื่นผิว หรือทานวิตามินบำรุงผิว ทานผลไม้ที่ช่วยดูแลผิว เช่น มะเขือเทศ ส้ม ตระกูลเบอร์รี่ ประมาณนี้ค่ะ ส่วนเรื่องหน้าอกหาย คิดว่าไม่หายนะคะ 555 แต่เราอาจจะรู้สึกว่าน้ำหนักลด ผอมลง เลยรู้สึกไปเอง เพราะร่างกายที่เฟิร์มขึ้น หน้าอกเราก็เฟิร์มขึ้นด้วยค่ะ

เพิ่งจบฟูลมาราธอนไป บอกวิธีการซ้อมให้หน่อยได้ไหมครับ เป็นระยะเวลาเท่าไหร่

ฟูลมาราธอนที่ได้วิ่งไปเรียกว่าเป็นมาราธอนแรกในชีวิตเลยค่ะ งานจอมบึง 2017 พอรู้ว่าต้องไปวิ่ง 42.195 กิโลเมตร เราก็ต้องวางแผนการซ้อมให้ดี เพราะระยะนี้ไม่ใช่ระยะเพื่อสุขภาพ ไม่ใช่ระยะที่ใครก็ได้จะวิ่งได้ ใครบอกว่าใช้ใจวิ่งได้ บอกเลยว่าไม่ใช่ค่ะ วิธีการซ้อมของจูนก็ศึกษาจากเพื่อนๆ พี่ๆ หลายคนที่เคยวิ่งระยะนี้มา เอาความรู้มาปรับใช้ วางแผนให้ตัวเองวิ่ง เพราะไม่ได้มีเวลาซ้อมเยอะ แต่จะเน้นซ้อมเก็บระยะ และช่วงระยะก่อนถึงวันวิ่งจริง ก็ยังมีงานวิ่งที่ลงแข่งอยู่หลายงาน ก็เลยต้องบริหารเวลาซ้อมให้เหมาะสม แต่ที่หลักๆ คือ ต้องซ้อมอาทิตย์ละ 3-4 วัน และจะเก็บวันเสาร์เป็นวันวิ่งยาว วันอื่นๆ ก็วิ่งระยะสั้น วิ่ง Tempo ซ้อม Interval สลับๆไป สิ่งสำคัญคือการวิ่งเก็บระยะให้ถึง 30 กิโลเมตร ให้ได้ 3 ครั้ง แต่จูนเก็บได้ 2 ครั้ง คือ 30 กิโลเมตร กับ 35 กิโลเมตร เพราะครั้งที่ 3 ไปซ้อมเก็บ 30 กิโลเมตร แล้วบาดเจ็บตอนกิโลเมตรที่ 25 จึงต้องหยุดวิ่ง เพราะเจ็บ ITB  พักประมาณ 2 อาทิตย์ ก็ถึงวันวิ่งจริงที่จอมบึง ก็คิดว่าไม่น่าจะเจ็บแล้ว แต่พอไปวิ่งจริงๆ คืออาการเจ็บกลับมาช่วงกิโลเมตรที่ 23 ค่ะ แต่ก็กัดฟัน วิ่งไป เจ็บไป แวะปฐมพยาบาลทุกจุด พ่นสเปรย์แล้ววิ่งต่อ วิ่งไม่ไหวก็เดิน มีร้องไห้ด้วย ทรมานได้อีก 555 แต่ก็จบมาได้ที่เวลา 5 ชั่วโมง 36 นาทีค่ะ

ตอนวิ่งฟูลมาราธอนครั้งนั้น เคยคิดจะ DNF ไหม และพอเข้าเส้นชัยคิดถึงอะไรเป็นอย่างแรก

ถึงแม้จะเจ็บยังไง ก็ไม่คิดจะ DNF ค่ะ ก็เราวิ่งมาครึ่งทางแล้ว เราต้องไปต่อให้ถึงจุดหมาย ระหว่างทางที่วิ่งก็คิดนะว่าเราซ้อมถึงแล้ว อาจจะจบช้ากว่าเวลาที่คาดไว้ในตอนแรก แต่ยังไงก็ต้องจบ เพราะฟูลมาราธอนแรกมีแค่ครั้งเดียว ถ้าไม่จบคงเสียใจหนักมาก เพราะตอนวิ่ง เจ็บไป ร้องไห้ไป อดทน สู้ตลอดทาง อย่าให้น้ำตาที่เสียไปต้องสูญเปล่า 555 พอเราเจ็บเราจะต้องเข้มแข็ง ต้องแก้ปัญหา ต้องสู้กับมัน ตอนนั้นความคิดในการวิ่งเปลี่ยนไปเลย คือระหว่างทางทำให้รู้เลยว่าถึงเราจะซ้อมถึง แต่ถ้าร่างกายเราบาดเจ็บก่อนมาวิ่ง นั่นคือร่างกายเราไม่พร้อม ไม่แข็งแรงพอ ถ้าวิ่ง 10 หรือ 20 กิโลเมตร คือมันก็ยังไหว วิ่งได้ตลอดทางแน่ๆ แต่นี่คือ 42 กิโลเมตร มันคือวิ่งตลอดทางไม่ได้หรอก เดินบ้างเพราะเป็นเหตุสุดวิสัยจากการบาดเจ็บ แต่ยังไงเรามาไกลขนาดนี้แล้ว ก็ต้องไปให้สุด ตอนเข้าถึงเส้นชัยคือคิดถึงน้ำแข็งเป็นอย่างแรก 555 อยากได้น้ำแข็งมาประคบเอ็นข้างเข่าที่บาดเจ็บ แล้วก็คิดถึงอ่างแช่ขาที่มีน้ำเย็นจัดๆ อยากเอาขาลงไปฟรีซ รู้สึกถึงความพังมาก 555 แต่สิ่งที่คิดถึงจริงๆ คือความรู้สึกดีใจมากๆ ร้องไห้ปลื้มปริ่ม ทั้งเจ็บทั้งภูมิใจ เราทำได้แล้วนะ มันดีมาก ถึงจะจบแบบเจ็บๆ แต่ก็วิ่งจบแล้ว เราทำสำเร็จแล้ว ฟูลแรกในชีวิต เป็นมาราธอนเนอร์แล้วนะ รู้ยัง 555

เคล็ดลับสำคัญของเราที่ทำให้เราวิ่งได้ดีขนาดนี้ คืออะไร

เคล็ดลับก็ไม่มีอะไรมาก นั่นคือการซ้อม ซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อม และต้องไม่บาดเจ็บ ถ้ารู้สึกว่ามีอาการบาดเจ็บคือให้หยุดทันที แล้วหาวิธีการรักษา ถ้าต้องพักก็คือพักค่ะ ไม่ดื้อ เพราะเคยดื้อมาแล้ว เลยต้องพักยาว 5555 สิ่งสำคัญคือก่อนซ้อมหรือก่อนวิ่ง ต้องวอร์มร่างกาย อาจจะจ๊อกกิ้งเบาๆ 1-2 กิโลเมตร ยืดเหยียดร่างกาย 15 นาที แล้วทำการ Drill เพื่อลดอาการบาดเจ็บ ช่วยให้กล้ามเนื้อแข็งแรง พร้อมที่จะวิ่ง และหลังซ้อมหรือหลังวิ่ง ก็ต้องคูลดาวน์ อาจจะจ๊อกกิ้งเบาๆ 1 กิโลเมตร แล้วมายืดเหยียดร่างกาย 15 นาที หรือมากกว่านั้นก็ได้ เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย ปลอดโปร่ง โล่ง สบายค่ะ ^^

นอกจากการวิ่งออกกำลังกายแล้ว น้องจูนมีวิธีการดูแลตัวเองวิธีอื่นอย่างไร ถึงได้สวยใส ขนาดนี้

นอกจากการวิ่งออกกำลังกายแล้ว จูนมีวิธีการดูแลตัวเอง คือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ไม่อดอาหาร ดื่มน้ำเยอะๆ ทานวิตามินบำรุงผิว และพักผ่อนให้เพียงพอค่ะ

เคยนับไหมว่าพอวิ่งเสร็จหรือก่อนวิ่งมีคนมาขอถ่ายรูปด้วยกี่คน

ไม่เคยนับเลยค่ะ เพราะมีไม่เยอะ 555 อย่างก่อนวิ่ง จูนก็จะหามุมแอบไปวอร์มก่อน พอวอร์มเสร็จไปเข้าห้องน้ำ แล้วก็เดินไปจุดสตาร์ทเลย ช่วงปล่อยตัวก็ยังมืดอยู่ อาจจะไม่มีใครเห็นค่ะ เลยไม่มีคนมาขอถ่ายรูป 555 ส่วนตอนวิ่งเสร็จก็ไม่ได้อยู่แถวหลังเส้นชัยค่ะ เพราะรีบไปหาของกินก่อน กองทัพต้องเดินด้วยท้อง วิ่งมาอาหารหมดท้องแล้ว เราต้องไปเติมก่อน แล้วถึงเดินกลับมาที่เส้นชัยค่ะ แต่ไม่ได้มารอถ่ายรูปนะคะ มารอรับเพื่อนๆ และถ่ายรูปให้เพื่อนค่ะ รู้สึกเป็นนางงามมิตรภาพ จูนไม่ใช่คนดังนะคะ คำถามนี้ตอบไม่ถูก เขินนนน 555

ช่วงนี้การวิ่งมาราธอนกลายเป็นแฟชั่นความนิยมอย่างหนึ่ง อยากฝากอะไรถึงนักวิ่งหน้าใหม่บ้างครับ

ก็อยากฝากถึงนักวิ่งหน้าใหม่นะคะ อย่าคิดว่าการวิ่งเป็นกระแส หรือเป็นแฟชั่นที่คุณจะออกมาวิ่ง แต่การวิ่งให้อะไรคุณมากกว่านั้น ขอให้คุณสนุกกับการวิ่ง อยากให้คิดว่าการวิ่งคือการออกกำลังกาย ไม่ใช่มาวิ่งแข่งกับใคร แต่มาวิ่งเพื่อตัวคุณเอง อยากวิ่งเก่งแบบคนนั้น อยากทำได้แบบคนนี้ เราก็ต้องซ้อมค่ะ เพื่อพัฒนาตัวเอง เพราะต้นทุนคนเราไม่เท่ากัน ถ้าคุณอยากเก่งก็ต้องขยันซ้อม ต้องมีวินัย ซ้อมให้ถูกวิธี แล้วผลลัพธ์จะเกิดขึ้นกับคุณ เวลาเราวิ่งจบทุกๆ ระยะ เราจะรู้สึกภูมิใจว่าเราก็ทำได้นะ เราเก่งนะ มันจะเป็นแรงผลักดันให้เราวิ่งต่อไปอย่างมีความสุข ลองดูนะคะ  แล้วคุณจะรักการวิ่ง

ด้วยความที่น้องจูนมีผู้ติดตามมากมาย เคยมีคนมาขอคำแนะนำเรื่องวิ่งไหม ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไรแนะนำเขาอย่างไร

เคยมีคนมาขอคำแนะนำเรื่องวิ่งค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องซ้อมที่ไหน ซ้อมยังไงบ้าง ก็ตอบไปค่ะ ซ้อมที่ กกท. แต่บางครั้งก็ไปซ้อมสวนลุม ตารางซ้อมก็ไม่มีอะไรมากค่ะ ซ้อม 3-4 วัน ในช่วงอาทิตย์นั้นๆ ต้องมีการซ้อม Interval สัก 1 วัน วันอื่นๆ ก็ซ้อม Tempo, ซ้อมวิ่งยาว 15-20 กิโลเมตร, ซ้อมวิ่งช้าคุมหัวใจโซน 2-3, ซ้อมวิ่งคุมรอบ 180 ประมาณนี้ คือจูนจะดูว่าอาทิตย์นี้เราซ้อมอะไรได้บ้าง ก็ซ้อมค่ะ

ประทับใจการวิ่งของตัวเองครั้งไหนที่สุด ทำไม

ประทับใจการวิ่งงานปลาทูมินิมาราธอนค่ะ เพราะเป็นมินิมาราธอนที่ได้ New PB ตอนวิ่งรู้สึกสนุกมาก เพราะอากาศวันที่วิ่งดีมาก อากาศเย็นสบาย แม้จะมีสะพานทั้งไปและกลับ แต่วิวบนสะพานตอนพระอาทิตย์ขึ้น คือสวยมาก เส้นทางวิ่งโอเคเลยค่ะ วิ่งเพลินสุดๆ จบมาได้รางวัลที่ 1 รุ่นอายุ 25-29 ปี ด้วย อันนี้ไม่คิดว่าจะได้ แต่การได้รางวัลก็ถือเป็นกำลังใจให้เราอยากพัฒนาการวิ่งให้ดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ

เรามีอุปสรรคในการวิ่งของเราไหม

อุปสรรคในการวิ่งหลักๆ ไม่ค่อยมีค่ะ แต่ถ้ามีก็จะเป็นช่วงที่งานยุ่งๆ งานเยอะ แล้วเลิกงานช้า ทำให้ตอนเย็นหลังเลิกงาน ไม่มีเวลาซ้อม เพราะทำงานเสร็จก็เหนื่อยแล้ว พอไม่ได้วิ่งนานๆ ก็มีขี้เกียจบ้าง แต่ถ้ามีเวลาซ้อมแล้วก็ต้องซ้อม ถึงจะเวลาน้อย ก็ต้องซ้อมค่ะ




Comments