นักวิ่งทุกคนมีกิจวัตรประจำวันของตนเอง แต่มีบางสิ่งที่สำคัญที่นักวิ่งที่ดีทุกคนมีเหมือนกัน 

หากต้องการปรับปรุงผลการวิ่งของคุณ เพิ่มรายการเหล่านี้ในรายการสิ่งที่ต้องทำประจำวันของคุณสิ

บันทึกการฝึกซ้อมเป็นประจำ

ไม่มีอะไรที่สร้างแรงบันดาลใจได้มากไปกว่าการทำข้อมูลบันทึกและหลังจากนั้นก็กลับมาอ่านดู มองย้อนไปถึงการพัฒนาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ถึงแม้ว่าบางครั้งผลการฝึกซ้อมไม่เป็นไปตามแผนการของคุณ บันทึกเหล่านี้ช่วยให้คุณเห็นข้อผิดพลาดได้ง่ายขึ้นและจุดที่สามารถจะพัฒนาต่อไปได้ การบันทึกนั้นอาจจะเป็นการเขียนหรือการเทคโนโลยีก็แล้วแต่คุณชอบเลย

จัดตารางฝึกซ้อม เหมือนตารางการประชุม

แม้ว่าการวิ่งจะเป็นเพียงแค่งานอดิเรก แต่นักวิ่งหรือบุคคลที่มีวินัยจะทำตารางนัดหรือตารางฝึกซ้อมเพื่อการวิ่งมาราธอนเหล่านี้เสมอ อีกทั้งยังพยายามทำให้ได้ตามตารางนี้ นักวิ่งที่ดีจะวางแผนล่วงหน้าเสมอ

จัดลำดับความสำคัญการเติมพลังงานเสมอ

แม้ว่าจะมีเพียง 10 นาทีหลังวิ่งเสร็จและจะไปทำกิจกรรมอื่นต่อไป นักวิ่งที่ดีจะไม่ปล่อยให้ตัวเองหมดพลังงาน ทำให้แน่ใจเสมอว่าเขาชดเชยน้ำที่สูญเสียไป และรับประทานคารโบไฮเดรตและโปรตีนอย่างเพียงพอหลังการฝึกซ้อม

พวกเขามีกลุ่มหรือคนช่วยเหลือเสมอ

ในขณะที่ความรับผิดชอบส่วนบุคคลยังคงเป็นเรื่องที่ดีที่สุดเสมอ บางครั้งนักวิ่งที่ดียังคงต้องการแรงสนับสนุนในหลายรูปแบบ เช่น เพื่อนไปวิ่ง คำปรึกษา หรือแรงบันดาลใจอื่นๆ

รู้คุณค่าของวันหยุด

ไม่ว่าเขาจะฝึกซ้อมหนักหย่วงแค่ไหน ก็จะรู้คุณค่าของการฝื้นฟูกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นและหลีกเลี่ยงจากอาการบาดเจ็บอีกด้วย

มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการซ้อม

แน่นอนว่าการซ้อมปกติอาจเป็นการวิ่งวนไปมาให้ครบ 5-10 กิโลเมตร แต่นักวิ่งที่ดีจะมีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางบางทั้งความชัน สภาพพื้นผิว รวมไปถึงการฝึกซ้อมเพิ่มกล้ามเนื้อและความแข็งแรงในรูปแบบอื่นอีกด้วย

การออกไปวิ่งแต่ละครั้งมีความหมายเสมอ

สำหรับการซ้อมนั้นมีหลายจุดประสงค์ทั้งสำหรับแข่งขัน การวิ่งระยะยาว การเพิ่มความเร็ว การเพิ่มความอดทนของกล้ามเนื้อ เป็นต้น นักวิ่งที่ดีไม่ให้การวิ่งแต่ละครั้งนั้นเปล่าประโยชน์

รู้อายุการใช้งานรองเท้า

นักวิ่งที่ดีจะจดบันทึกหรือใช้เทคโนโลยีช่วยในการจดจำระยะการใช้งานของรองเท้า เมื่อถึงเวลาใช้นานเกินไปก็ควรจะเปลี่ยน เนื่องจากสภาพการใช้งานที่แย่ลงอาจทำให้คุณบาดเจ็บจากมันได้

มีแผนสำรองเสมอ

อาจเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดทำให้ไม่สามารถออกไปซ้อมตามแผนที่วางไว้ได้ เช่น ตื่นสาย หรือฝนตก นักวิ่งที่ดีก็จะมีแผนสำรองตัวอย่างเช่นทำเวทเทรนนิ่งแทน หรือวิ่งบนลู่ไฟฟ้าก็ได้

จำได้เสมอว่า “วิ่งทำไม”

ท้ายที่สุดแล้วต้องไม่ลืมว่าการวิ่งนั้นควรมีจุดเริ่มต้นและทำให้เรามีความสุข ไม่ใช่ความเครียด การแข่งขัน หรือผลของมันอาจทำร้ายคุณแต่ต้องไม่ลืมว่า “วิ่งให้สนุก” นะครับ

ข้อมูลจาก : Active.com

 




Comments