[Review] Under Armour Charged Bandit 3

0
4988

นาน ๆ ที จะได้มีโอกาสเขียนรีวิวรองเท้าเพราะไม่ได้ซื้อรองเท้าคู่ใหม่นานแล้ว (ไม่มีตังค์) วันเสาร์ 16 กันยายน ที่ผ่านมาได้มีโอกาสเข้าไปร่วมเปิดประสบการณ์การเปิดตัว การทดลอง และซ้อมวิ่งจริงจากผู้มีประสบการณ์สูงอย่าง อดีตนักไตรกีฬาโอลิมปิค ไซมอน อกอสตัน UA Run Crew Coach และทีม Bangkok Get Fit โดยการเปิดตัวรองเท้า Under Armour Charged Bandit 3 ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดค่ายฝึกซ้อมสำหรับการคัดตัว ค้นหาตัวแทน 4 นักวิ่งไทย ชาย 2 หญิง 2 ไปร่วมวิ่งในงาน Standard Chartered Marathon 2017 วันที่  ธันวาคม 2560  ประเทศสิงคโปร์ ที่ Under Armour ให้การสนับสนุนตลอดทริปอีกด้วย

อ่ะเข้าเรื่องกันเลยครับ รีวิว UA (Under Armour) Charged Bandit 3 ที่ทาง UA วาง Position ของมันอย่างชัดเจนว่าเป็นรองเท้าวิ่ง “ระยะไกล” และแน่นอนว่ารองเท้ารุ่นนี้ได้รับการันตีจากเว็บไซต์ Runner’s World ในรางวัล Best Buy ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (แปลตรงตัวมาก) ของฝรั่งเขา ถ้าไม่เชื่อเข้าไปดูได้ที่ runnersworld.com/the-best-running-shoes-of-2017

Bandit 3 ของผู้ชายที่มีจำหน่ายในประเทศไทยหรือปรากฎบนหน้าเว็บไซต์จะมีทั้งหมด 3 สี คือ เทา เขียว และน้ำเงิน ส่วนของผู้หญิงตอนนี้ยังมาแค่สีดำ (ข้อมูลบนเว็บไซต์ UA Thailand ณ เดือน กันยายน 2560)

จุดเด่น

จุดเด่นของ  Charged Bandit 3 ที่สามารถเห็นได้ภายนอกเลยที่แน่ ๆ คือ เทคนิคการทอแบบนิต (Knit Upper) การทอผ้าทอแบบชิ้นเดียวไร้ตะเข็บ ซึ่งช่วยลดการเสียดสี ช่วยให้การวิ่งลื่นไหลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ต่างจาก Bandit 2 เดิมคือ ดรอป (drop) ที่ต่ำลง เหลือเพียง 8 mm ทำให้การ strike เป็นธรรมชาติมากขึ้น

Bandit 3 เป็นรองเท้าประเภท Cushioning (ตามความคิดของผมนะ) โดยเทคโนโลยีของ UA นี้เจ้าตัวให้ชื่อว่า Charged Cushioning ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเด่นของ Under Armour ที่ได้รับการยอมรับว่าทำให้การเหยียบ กระแทกลงพื้นรู้สึกนุ่มและเพิ่มแรงส่ง (ภาษานักวิ่งเราอาจเรียกว่า เด้ง) โดยพื้นส่วนกลางของ Bandit 3 ทำด้วยชาร์จโฟมแบบเต็มแผ่น ให้ความรู้สึกเต็มฝ่าเท้าและแน่น (Firm & Full)

ส้นเท้าเป็นเกราะ (พอดีกับชื่อแบรนด์เลยเนอะ Armour) เป็น soft synthetic ช่วยล็อคส้นเท้าและกระชับ ลดการสั่นของส้นเท้าขณะ ลงเท้าแบบ heel strike

ดรอปที่ต่ำลงจากเดิม Bandit 2 หนา 10 มิลลิเมตร ลดลงเหลือเป็น 8 มิลลิเมตร อีกทั้งยังทำให้น้ำหนักลดลงจากเดิมถึง 30 กรัม (ผู้ชาย 259 กรัม และ ผู้หญิง 210 กรัม)

สัมผัสแรก

  • พื้นรองเท้าเมื่อกระทบพื้นรับรู้สึกได้ถึงความแข็งแรง แต่นุ่มสบายเท้า ผมยังไม่ได้วิ่งไกลมาก แต่รองเท้ามีการซัพพอร์ตที่ดี เหมาะกับการวิ่งนาน ๆ แต่สำหรับคนที่ต้องการทำความเร็วอาจไม่เหมาะเนื่องจากรองเท้ายังมีน้ำหนักค่อนข้างมากอยู่ ถึงแม้จะลดลงกว่ารุ่นก่อนหน้านี้แล้ว
  • กระชับข้อเท้านี่คือเรื่องจริง ใครที่กังวลหรือมีปัญหาเรื่องเท้าบิดเข้าข้างในมาก หลังจากที่อ่านรีวิว Under Armour Bandit 3 นี้แล้ว อาจจะลองพิจารณาดู เพราะเมื่อเหยียบเท้าลงไปรู้สึกว่ามั่นคง ไม่แกว่ง กระชับดีมาก
  • รองเท้ามีแรงส่งคืน หรือเด้ง ในระดับที่ดี เหยียบลงไปแล้วไม่จมลึก
  • ส้นรองเท้าค่อนข้างหนา หรือ สูง อาจไม่เหมาะสำหรับคนที่อยากปรับท่าวิ่งลงกลางเท้าหรือหน้าเท้ามากขึ้น
  • เรื่องระบายอากาศไม่ถึงกับใส่แล้วเย็นโปร่ง แต่ใส่แล้วสบายไม่รู้สึกบีบรัดเท้า หรือแน่นตรงปลายนิ้วหัวแม่โป้งหรือนิ้วก้อย หากคนที่ไม่ชอบใส่ถุงเท้า ใส่ Bandit 3 ตัวนี้ ถือว่าสบายมากเลยทีเดียว แต่ต้องระมัดระวังสำหรับคนที่ใส่ถุงเท้าเป็นประจำ ขอบรองเท้าไม่นิ่มอาจกัดข้อเท้าได้ ซึ่งแลกมากับการทำให้ข้อเท้ากระชับมากขึ้น

สรุป

ถือเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ดีมาก ดีไซน์ก็ทันสมัย สำหรับนักวิ่งสายความเร็ว ล่าถ้วยก็สามารถซื้อมาใส่ซ้อมลดการบาดเจ็บได้ดีมาก หรือสำหรับสายวิ่งระยะไกล ชอบซ้อมยาว ถือเป็นตัวเลือกที่ดี มีความคุ้มค่า

อาจจะต้องรอให้สีต่าง ๆ เข้ามาในไทยจนครบจะได้มีทางเลือกมากขึ้น แต่ถ้าซื้อในช่วงนี้ได้ยินมาว่าแถม Lace Fasteners (สายรัดรองเท้าแบบไม่ต้องมัด) ของ UA ฟรี แต่มีจำนวนจำกัด

 




Comments