5 พฤติกรรมผิดๆ ที่นักวิ่งทำก่อนวิ่ง

0
4232

การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมผิดๆบางอย่างถึงแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่ก็อาจจะส่งผลกับนักวิ่งในระยะยาวได้ สิ่งเหล่านี้เป็น 5 อันดับแรกที่นักวิ่งที่เริ่มวิ่งควรแก้ไข แม้ว่าบางอย่างถึงทำผิดไปเราอาจไม่รู้ตัวหรือไม่เห็นว่าจะส่งผลร้ายอะไรเลย แต่รับรองว่าข้อแนะนำเหล่านี้จะทำให้คุณวิ่งได้มีประสิทธิภาพขึ้นแน่นอน

การยืดเหยียดแบบอยู่กับที่หรือ Static Stretching

มีตัวอย่างที่เห็นมากมายก่อนการแข่งขัน คือการเหยียดกล้ามเนื้อแบบค้างไว้อยู่กับที่แล้วนับเวลา ซึ่งจริงๆแล้วควรเป็นการยืดเหยียดหลังการวิ่ง เพราะเป็นการทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว อาจส่งผลกระทบทำให้การออกสตาร์ททำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ที่ถูกต้องคือการยิดเหยียดแบบเคลื่อนไหว หรือ Dynamic Stretching ประโยชน์คือ เพิ่มการไหลเวียนเลือดและออกซิเจน รวมถึงทำให้สามารถเคลื่อนไหวได้มากยิ่งขึ้น ลองดูตัวอย่างวิดิโอข้างล่างนี้

ทานอาหารมากจนเกินไป

เรามักได้ยินเกี่ยวกับความสำคัญของการโหลดคาร์บของนักวิ่ง แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยากหรืออาหารที่มากจนเกินพอดีแม้ว่ามันจะเต็มไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นหลายอย่าง ซึ่งระหว่างวิ่งนั้นแท้จริงแล้วกระบวนการย่อยอาหารจะทำได้ช้าลง เพราะการไหลเวียนของเลือดจะถูกเน้นไปทำงานในระบบกล้ามเนื้อแทน 

Photo by : Vedadays.com

หากคุณวิ่งในตอนเช้าเพียงแค่ระยะสั้นๆ ก็อาจไม่จำเป็นต้องทานอะไรเลยก็ได้ หรือหากจำเป็นต้องทานจริงๆ ก็ควรเว้นระยะก่อนไปวิ่งสัก 1 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันหรือน้ำตาลที่มีจำนวนมากจะดีที่สุด

 ดื่มน้ำน้อยเกินหรือมากเกินไป

อะไรที่มากไปหรือน้อยไปก็ย่อมมีข้อเสีย การดื่มน้ำก่อนวิ่งมากเกินไปทำให้ท้องรู้สึกจุกจนปวดซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายมาก การดื่มแบบจิบแต่บ่อยๆถือว่าดีกว่า และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเพราะจะทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากเกินไปก็จะไปขัดขวางระดับน้ำตาลในเลือดอีก

ไม่ได้ขับถ่ายในตอนเช้าก่อนวิ่ง

Photo by : health.kapook.com

ควรจะฝึกนิสัยในการขับถ่ายในเวลาเช้าของคุณ ถ้าคุณแก้ไขนิสัยที่ต้องเข้าห้องน้ำระหว่างวิ่งไม่ได้ ก็ควรงดกาแฟในอาหารเช้า หรืองดการดื่มของเหลวก่อนวิ่ง 30 นาที ถ้าระหว่างวิ่งยังคงต้องการเข้าห้องน้ำอยู่อาจต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญว่าอาหารใดที่ทำให้ระบบขับถ่ายคุณแปรปรวน เช่น นม เป็นต้น

ไม่ยอมรับฟังร่างกายตัวเอง

Photo by : runnersworld.com

นักวิ่งมือใหม่ควรเรียนรู้การฟังร่างกายตัวเอง เราซ้อมหนักเกินไปไหม เรามีอาการบาดเจ็บตกค้างอยู่หรือเปล่า เมื่อไหร่ควรหยุดเมื่อไหร่ควรพอ สิ่งนี้คือมืออาชีพ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุและประวัติสุขภาพของคุณด้วย และการทำ Cross-Training ก็ควรทำสม่ำเสมอเพราะจะทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น รับภาระต่อการทำงานหนักได้ดีกว่ามาก

บทความจาก : Runnersworld.com




Comments